Circle 2 Living Prototype (Circle 2) รีวิวคอนโด high rise 53 ชั้น สูงที่สุดบนถนนเพชรบุรี เห็นวิวเมืองและวิวมักกะสัน จาก Fragrant Property

Circle 2 Living Prototype (Circle 2) รีวิวคอนโด high rise 53 ชั้น สูงที่สุดบนถนนเพชรบุรี เห็นวิวเมืองและวิวมักกะสัน จาก Fragrant Property

สวัสดีค่ะ  รีวิวนี้พามาชมคอนโด  Circle Living Prototype คอนโด High-rise สูง 52 ชั้น จาก Fragrant Property ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีใกล้ๆกับแยกมิตรสัมพันธ์ค่ะ ซึ่งคอนโด Circle Living Prototype  นี้บางทีก็เรียกชื่อเล่นกันว่า Circle 2 เพราะอยู่ตรงข้ามกับคอนโดโครงการแรกของ Fragrant Property อย่าง Circle Condominium (Circle 1) ที่เข้าจากทางสุขุมวิทได้   คอนโด Circle 2  Living Prototype  ที่เราจะพาไปดูรีวิวกันวันนี้ที่มีแนวคิดการออกแบบโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม Eco Innovative Living กับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประหยัดพลังงานภายในอาคาร  วันนี้อยู่สบายแวะเข้าไปเก็บรีวิว Circle 2 Living Prototype มาให้ชมกันอย่างละเอียดเช่นเคยค่ะ

เริ่มจากข้อมูลเบื้องต้นของโครงการกันก่อน

Circle 2 Living Prototype

  • เจ้าของโครงการ >>> บริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  • ที่ตั้งโครงการ >>>  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ใกล้ซอยเพชรบุรี 39 และแยกมิตรสัมพันธ์
  • ขนาดที่ดิน >>>  4-0-51 ไร่
  • จำนวนชั้น >>> 53 ชั้น
  • จำนวนอาคาร >>>  1 อาคาร
  • ประเภทห้องและขนาดห้อง >>>
    • 1-3 ห้องนอน / Penthouse / Villa
    • ขนาด 45.85-296.02 ตารางเมตร
  • จำนวนยูนิต >>>  466  ยูนิต
  • ที่จอดรถ >>> 368 คัน หรือ 80% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ราคาขายเริ่มต้น ณ วันทำรีวิว >>>5.99 ล้านบาท (ราคา ณ วันที่ 5/11/2558)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร >>> ราคาเฉลี่ยประมาณ 150,000 บาท/ตารางเมตร
  • พิกัด GPS >>> 13.749983, 100.556171

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 14)
คอนโด Circle 2 Living Prototype

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 11)
คอนโด Circle 2 Living Prototype

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 073)
คอนโด Circle 2 Living Prototype

คอนโด Circle 2 Living Prototype
คอนโด Circle 2 Living Prototype

โครงการ Circle Living Prototype เรียกได้อีกชื่อนึงสั้นๆว่า Circle 2 ค่ะ เนื่องจากเป็นโครงการในชื่อ Circle ตัวที่ 2 ของบริษัท ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Circle Condominium หรือ Circle 1 ค่ะ คอนโด Circle 2 อยู่ติดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกอโศก-เพชรบุรีที่จะไปถนนอโศกมนตรี และถแยกมิตรสัมพันธ์ที่ไปสุขุมวิท 3 หรือซอยนานา ส่วนรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดนั้นจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เพชรบุรี ส่วนด้านหลังคอนโดนั้นจะเป็นทางรถไฟสายตะวันออก และ Airport Rail Link ซึ่งตัวสถานีของแอร์พอร์ตลิ้งค์ที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีมักกะสัน เชื่อมต่อกับ MRT เพชรบุรีค่ะ ส่วนถ้าจะไป BTS นั้น จะใกล้กับ BTS อโศกที่สุด ห่างจาก MRT เพชรบุรี เพียงสถานีเดียวค่ะ ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นถนนเพชรบุรีตัดใหม่นั้นเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ไปจนถึงประตูน้ำและราชเทวีค่ะ

Circle-2-Living-Prototype_Map

เริ่มเดินทาง ดูทำเล

การเดินทาง คอนโด บ้านเดี่ยว แผนที่ map

วันนี้เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ขึ้นมาที่สถานีเพชรบุรีฝั่งทางออก 2 ค่ะ หน้าโครงการจะมีมอไซค์รับจ้างอยู่ค่ะ ไปลงตรงใกล้ๆกับซอยเพชรบุรี 36 แล้วข้ามถนนมาอีกฝั่งนึง ตัวคอนโด Circle 2 จะอยู่เกือบจะถึงแยกมิตรสัมพันธ์ที่เลี้ยวซ้ายไปซอยนานา อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Circle 1 และใกล้กับซอยเพชรบุรี 39 ค่ะ

เนื่องจากถนนด้านหน้าโครงการเป็นถนน 7 เลน ถ้าขับรถมาจากทางฝั่งอโศกจะเลี้ยวเข้าโครงการไม่ได้ค่ะ ต้องไปเข้าถนนกำแพงเพชร 7 มาออกถนนนิคมมักกะสัน พอถึงสี่แยกมิตรสัมพันธ์ให้เลี้ยวซ้าย โครงการจะอยู่ไม่ไกลจากแยกมิตรสัมพันธ์ค่ะ

ขึ้นมาจากสถานีเพชรบุรีตรงทางออกที่ 2 แล้วขึ้นมาตรงแยกอโศก-เพชรบุรีพอดี

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 01)

 

ด้านหน้าของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจะเป็นถนนเพชรบุรีตัดใหม่ฝั่งไปแยกมิตรสัมพันธ์

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 04)

 

บรรยากาศบริเวณถนนเพชรบุรี เห็นคอนโด Circle 2 อยู่ใกล้ๆแล้วค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 11)

 

คอนโดจะอยู่ใกล้กับซอยเพชรบุรี 39 ค่ะ จุดสังเกตง่ายๆคือ ถ้ามาจากแยกอโศก-เพชรบุรี จะอยู่ใกล้กับสะพานลอยที่ 2 ค่ะ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นคอนโด Circle ตัวแรก

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 03)

 

ป้ายด้านหน้าโครงการค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 25)

 

ถึงโครงการแล้วค่ะ ตอนนี้ ณ วันที่ไปรีวิว ตัวอาคารใกล้(เกือบ)เสร็จแล้ว สามารถเดินขึ้นไปเยี่ยมชมอาคารจริงและห้องตัวอย่างด้านบนได้เลยค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 26)

มาดูตำแหน่งรอบๆตัวคอนโดก่อนว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนกันบ้าง

เริ่มจากตำแหน่งที่ตั้งคอนโด Circle 2 Living Prototype ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ช่วงระหว่างแยกมิตรสัมพันธ์ กับแยกอโศก-เพชรบุรี แต่จะค่อนข้างค่อนไปทางด้านแยกมิตรสัมพันธ์มากกว่า ส่วนด้านหลังจะติดกับถนนกำแพงเพชร 7 ติดกับถนนกำแพงเพชร 7 จะเป็นทางรถไฟสายตะวันออก และมีทางรถไฟลอยฟ้า Airport Link อยู่ด้านบน ซึ่งจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่นั้นเชื่อมต่อกับถนนอีกหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนอโศกมนตรี ตรงฝั่งแยกอโศก-เพชรบุรี บริเวณนั้นจะเป็นที่ตั้งของ MRT เพชรบุรี และ Airport Link มักกะสัน ซึ่งอีกด้านจะเชื่อมต่อกับถนนอโศก-ดินแดง ต่อไปถึงพระราม 9 และทางพิเศษศรีรัชได้ค่ะ ส่วนอีกฝั่งจะเชื่อมกับถนนอโศกมนตรี หรือ ถนนสุขุมวิท 21 ย่านอาคารสำนักงานค่ะ

ส่วนถ้าตรงไปจากแยกมิตรสัมพันธ์จะไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไปจนถึงประตูน้ำ และพญาไทได้เลยค่ะ นอกจากนี้ถ้าเลี้ยวซ้ายจากแยกมิตรสัมพันธ์จะเข้าสู่ถนนสุขุมวิท 3 หรือ นานา ไปออกเพลินจิตและถนนวิทยุได้ค่ะ

Surrounding_The-Circle-2

เรามาซูมดูบริเวณรอบๆ คอนโด Circle 2 กันค่ะ ด้านหน้าทางเข้าโครงการนั้นติดกับถนนเพชรบุรี ส่วนด้านหลังอย่างที่บอกไปว่าติดกับถนนกำแพงเพชร 7 แต่ด้านนี้จะไม่สามารถเข้าออกด้วยรถยนต์ได้ค่ะ ติดกับโครงการจะเป็นตึกแถว อาคารพาณิชย์ (หมายเลข 1) ซึ่งถัดไปจากตึกแถวนั้นจะเป็นซอยเพชรบุรี 39 ที่เชื่อมต่อกับซอยเพชรบุรี 41 ค่ะ ภายในซอยเพชรบุรี 39 และ 41 นี้จะเป็นตึกแถวสูงประมาณ 3-4 ชั้น มีสถานบันเทิงอยู่ด้วยค่ะ ส่วนด้านในสุดฝั่งที่ติดอพาร์ทเม้นท์ ชื่อ ออสก้า อพาร์ทเม้นท์ (หมายเลข 2) สูง 7 ชั้น อาจจะพอคุ้นๆ กับชื่ออพาร์ทเม้นท์กันบ้าง เพราะเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่ใช้ถ่ายหนังเรื่อง บุปผาราตรี ค่ะ ติดกับอพาร์ทเม้นท์เป็นโรงแรมเมอร์เคียว นานาเหนือ (หมายเลข 3) สูง 30 ชั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ

มาดูอีกฝั่งของโครงการทางด้านทิศตะวันตกกันต่อค่ะ ด้านข้างจะเป็นซอยเข้าไปสถานบันเทิงที่อยู่ด้านใน ชื่อ Plaza Entertainment Complex (หมายเลข 4) สูง 20 ชั้น ส่วนด้านหน้าจะเป็นแปลงที่ดินเปล่า (หมายเลข 5) ด้านหน้าที่ติดกับถนนเพชรบุรีจะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ฝั่งตรงข้ามกับคอนโด Circle 2 จะเป็น Circle Condominium หรือ Circle 1 (หมายเลข 6) มี 2 อาคารค่ะ Tower 1 สูง 30 ชั้น Tower 2 สูง 43 ชั้น ถัดไปหน่อยฝั่งตรงข้ามกับซอยเพชรบุรี 39 จะเป็นอาคารธนภูมิ (หมายเลข 7) เป็นอาคารสำนักงานสูง 32 ชั้น และถัดไปอีกหน่อยจะเป็นสำนักงานใหญ่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (หมายเลข 8) สูง 18 ชั้น พอบริเวณมีอาคารสำนักงานอยู่ พื้นที่ด้านข้างที่ติดกับอาคารธนภูมิเลยเป็นพื้นที่ร้านขายอาหารและของกินต่างๆค่ะ เพื่อไว้รองรับพนักงานออฟฟิศรอบๆค่ะ

Surrounding_The-Circle-2_zoom

ขยับไปตามแนวถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ฝั่งจะไปแยกอโศก-เพชรบุรี พื้นที่โดยรอบที่ติดถนนใหญ่ก็จะเป็นตึกแถว สลับกับอาคารบ้าง มีโรงเรียนเซนต์ดอมินิก (หมายเลข 9) เปิดสอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีท่่ 6 ค่ะ มัตรงข้ามกันเป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก (หมายเลข 10) ค่ะ พอใกล้ๆจะถึงแยกอโศก-เพชรบุรี ตรงสะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี จะมีคอนโด The Address Asoke (หมายเลข 11) เป็นคอนโด High Rise สูง 44 ชั้น  ของ AP ฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโด Villa Asoke (หมายเลข 12) เป็นคอนโด High Rise อีกเช่นกัน สูง 42 ชั้น และติดกับเป็นคอนโด Q Asoke (หมายเลข 13) เป็นคอนโด สูง 41 ชั้นที่อยู่ติดกับทางขึ้นรถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรีค่ะ ตัวสถานี MRT นี้นั้นห่างจากคอนโดประมาณ 750 เมตรค่ะ ซึ่งทางขึ้นรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรีนั้นจะมีทั้งหมด 3 ทางด้วยกัน ก็คือฝั่งถนนอโศกมนตรี ซึ่งโซนนี้จะมีทั้งอาคารสำนักงานอยู่มากมาย รวมไปถึงมหาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วยค่ะ ส่วนอีกฝั่งตรงถนนอโศก-ดินแดงนั้น มีอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน ซึ่งจะมีทางเชื่อม SKY walk ไป Airport Link มักกะสันด้วยค่ะ ด้านหลังของ APL มักกะสันจะเป็นแปลงที่ดินมักกะสัน (หมายเลข 14) เป็นที่ดินแปลงใหญ่สุดที่กำลังรอการพัฒนาค่ะ

ขอวนกลับมาบริเวณแยกมิตรสัมพันธ์อีกรอบถ้าเข้ามาในสุขุมวิท 3 หรือซอยนานา ก็จะไปออก BTS นานาได้ ภายในซอยนานา อย่างที่รู้ๆกันว่าต่างชาติเยอะค่ะ  ทั้งฝรั่ง แขก มีหมด บริเวณนั้นก็มีโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (หมายเลข 15)  เป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดค่ะ  ห่างจากโครงการไปประมาณ 750 เมตร

สภาพแวดล้อมรอบคอนโด

พาไปเดินเล่นรอบๆก่อนเข้าไปดูด้านในคอนโดกันค่ะ

ถนนบริเวณด้านหน้าโครงการเป็นถนน 7 เลน ฝั่งจะไปแยกมิตรสัมพันธ์ 3 เลน และฝั่งไปแยกอโศกเพชรบุรี 4 เลน

ฟุตบาทด้านหน้าของตึกแถวที่ติดกับคอนโด

ตึกแถวสูง 4 ชั้นที่อยู่ด้านข้างโครงการค่ะ ทางเข้าจะอยู่ในซอยเพชรบุรี 39

ทางเข้าตรงซอยเพชรบุรี 39 ปากซอยมีวินมอไซค์รับจ้างอยู่ด้วย

บรรยากาศด้านหน้าซอยเพชรบุรี 39 เป็นซอยที่เชื่อมกับซอยเพชรบุรี 41 ค่ะ

ปากซอยเพชรบุรี 39 มี 7-ELEVEN อยู่ค่ะ

ตึกแถว 4 ชั้นที่อยู่ติดถนนเพชรบุรีและติดกับโครงการด้านหน้านั้น เป็นถูกปิดทิ้งร้างเอาไว้

สุดซอยมีอพาร์ทเม้นท์ชื่อ ออสการ์ อพาร์ทเม้นท์ อยู่

โรงแรมเมอร์เคียว นานาเหนือ สูง 30 ชั้น ตอนนี้โครงสร้างก็ขึ้นมาเกือบเสร็จแล้วค่ะ

จากโครงการมองไปฝั่งตรงข้าม จะเห็นอาคารสำนักงาน 2 อาคารอยู่ใกล้ๆกัน อาคารสีขาวนั้นเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ททท. ค่ะ

อีกอาคารคือ อาคารธนภูมิ เป็นอาคารสำนักงานสูง 32 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามกับคอนโด Circle 2 เป็นคอนโด Circle 1

Circle Condominium หรือ Circle 1 มี 2 อาคารค่ะ สูง 30 ชั้น และ 43 ชั้น เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว

จากบริเวณปากซอยเพชรบุรี 39 จะมีสะพานลอยอยู่ ข้ามมาก็เป็นคอนโด Circle 1

จากสะพานลอยค่ะ ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่ไปแยกอโศก-เพชรบุรี

ฝั่งนี้จะไปแยกมิตรสัมพันธ์ค่ะ มองไปเห็นถึงตึกใบหยกเลย

ติดกับสะพานลอยฝั่งตรงข้ามกับโครงการจะเป็นพื้นที่ขายของ มีร้านอาหารราคาประหยัด รวมไปถึงของกินอยู่ค่อนข้างคึกคัก ไว้รองรับพนักงานออฟฟิศค่ะ เพราะบริเวณจะมีสำนักงานตั้งอยู่ใหญ่ๆ 2 ตึก

กลับมาบริเวณฟุตบาทด้านหน้าโครงการอีกรอบ คราวนี้จะมาดูฝั่งที่จะไปแยกมิตรสัมพันธ์กันค่ะ

ด้านข้างจะเป็นซอยเข้าไปสถานบันเทิง Plaza Entertainment Complex

ด้านหน้าสถานบันเทิง เดิมทีเป็นโรงแรม แต่ตอนนี้รื้อทิ้งเหลือเป็นที่ดินเปล่าค่ะ

ด้านหน้าปากซอยทางเข้าสถานบันเทิงก็เป็นตึกแถว

ด้านล่างของตึกแถวจะเป็นร้านขายของทั่วไป

ถนนเพชรบุรีใกล้กับแยกมิตรสัมพันธ์ ตรงไปก็ไปประตูน้ำค่ะ ส่วนถ้าเลี้ยวซ้ายก็ไปซอยนานา

ฝั่งตรงข้ามใกล้ๆกับ Circle 1 หรือซอยเพชรบุรี 36 ก็เป็นตึกแถวเช่นเดียวกัน

ที่ดินด้านหลังโครงการจะติดกับถนนกำแพงเพชร 7 ถัดไปจะเป็นแนวรถไฟฟ้า Airport rail link วิ่งคู่กับทางรถไฟสายตะวันออก

จากในคอนโดมองไปเห็นสถานี Airport Link มักกะสันชัดเจน รอบๆสถานีจะเป็นที่ดินมักกะสันที่ในอนาคตคงจะมีการพัฒนาเกิดขึ้นค่ะ

ตอนนี้เราออกจากรอบๆคอนโด มาดูกันบนถนนเพชรบุรีฝั่งที่จะไปแยกอโศก-เพชรบุรีกันบ้าง

ส่วนใหญ่ ใกล้ๆกับตัวคอนโดจะเป็นตึกแถวค่ะ มีทั้งที่ปล่อยทิ้งร้าง

และตึกแถวที่ด้านล่างเป็นร้านขายของ และมีคนอยู่อาศัยค่ะ

โรงเรียนเซนต์ดอมินิก

วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก

สะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี ใต้สะพานเป็นที่กลับรถ

คอนโด The Address Asoke สูง 44 ชั้น

คอนโด Villa Asoke สูง 42 ชั้น

คอนโด Q Asoke สูง 41 ชั้น ติด MRT เพชรบุรี

หัวมุมแยกอโศก-เพชรบุรี ด้านหน้าทางขึ้นรถไฟฟ้า MRT ค่ะ

จบด้วยแยกอโศก-เพชรบุรีค่ะ

เริ่มเปิดประตู  ไปดูในโครงการ

เข้ามาที่สำนักงานขายกันเลยค่ะ

เริ่มจากด้านหน้าคอนโดก่อนเลยค่ะ ตัวอาคารจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่ะ ฝั่งที่ติดกับถนนเพชรบุรีจะเป็นด้านแคบ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 04)

 

หน้าตาอาคารทางด้านข้างค่ะ  ห้องด้านหน้าอาคารมีการออกแบบโดยยื่นแนวคานรับน้ำหนักออกมาจากแนวเสาโครงสร้างหลักของคอนโด  ทำให้เกิดรูปทรงของตัวคอนโดที่น่าสนใจค่ะ  การให้กระจกเต็มบานแบบนี้ดูแล้วเหมือนตึกออฟฟิศราคาแพงทีเดียว

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 05)

 

ด้านหน้าอาคาร บริเวณทางเข้าโครงการจะมีสวนอยู่  ฝั่งตรงข้ามที่มองออกไปก็คือคอนโด Circle 1

Circle Living Prototype (ภาพที่ 87)

 

ถนนภายในโครงการค่ะ ด้านข้างจะติดกับด้านหลังของตึกแถวที่ค่อนข้างโทรม สภาพเก่า เลยต้องทำ Facade ตรงที่จอดรถดีไซน์ตะแกรงไว้บังสายตา

Circle Living Prototype (ภาพที่ 81)

 

ชั้นล่างไปจนถึงชั้น 4 จะเป็นที่จอดรถค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 21)

 

ที่จอดรถเป็นแบบอัตโนมัติค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 17)

 

Facade ด้านหน้าดีไซต์มาเรียบๆแต่ดูล้ำสมัยดีค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 16)

 

บริเวณชั้น 5 บนโพเดียมที่จอดรถนั้นจะเป็น Villa ค่ะ ซึ่งตอนนี้ขายหมดไปแล้วเรียบร้อย

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 22)

 

ด้านข้างของ Villa ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 12)

 

ตัวอาคารทางด้านข้าง Facade ของที่จอดรถจะเป็นตะแกรงสีดำ เข้าไปอาคาร

Circle 2 Living Prototype_Model (ภาพที่ 10)

 

จากหน้าตาของตัวอาคาร ทางโครงการใช้กระจกแบบ Double-Glazed ประเภท Heat strengthened glass มีความแข็งแรงทนทานกว่ากระจกธรรมดา 3 เท่า สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอก และรักษาความเย็นจากภายในไว้ รวมทั้งลดแสงยูวีที่เข้ามาด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 074)

 

พอตกเย็นๆ ตัวอาคารก็จะเปิดไฟ เห็นเป็นเส้นไฟตัดกับหน้าตาอาคารที่ดูเป็นโทนเทาดำเท่ๆ ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 070)

 

เอาอีกมุมนึงมาให้ดูด้วย จากหน้าตาอาคารที่ดูเรียบๆ ก็ดูมีลูกเล่นมากขึ้นค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 068)

 

ซูมหน้าตาอาคารที่เป็นกระจกกันชัดๆ ตรงระเบียงก็ยังเป็นกระจกด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 069)

 

ดูที่หน้าตาอาคารกันไปแล้ว เข้ามาดูด้านในกันบ้างค่ะ เริ่มจากชั้นล่างที่เป็นที่จอดรถอัตโนมัติ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 86)

 

Automatic car park system มีอยู่ 80% จากจำนวนยูนิตทั้งหมดค่ะ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 84)

 

เอาบรรยากาศตอนกลางคืนมาฝากด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 097)

 

เข้ามาด้านในของโครงการกันค่ะ ชั้นล่างนั้นจะมีโถงต้อนรับ แต่ไม่มี Lobby นะคะ เข้ามาเจอโถงแล้วก็เป็นลิฟต์เลย ตัว Lobby จะอยู่ที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นส่วนกลางค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 096)

 

ทางเข้าอาคารจะเป็นระบบคีย์การ์ดค่ะ ส่วนถ้ามีเพื่อนมาหาที่ห้อง เพื่อนจะต้องกดเลขห้อง แล้วระบบจะต่อขึ้นไปที่ห้อง ให้คนในห้องกดปุ่มเปิดให้ค่ะ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 75)

 

บริเวณโถงลิฟต์ มีลิฟต์โดยสารทั้วหมด 5 ตัว และลิฟต์สำหรัับขนของ 1 ตัว

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 053)

ดูผังโครงการ  ตำแหน่งการเข้าถึง

ตัวที่ดินของโครงการเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบและยาว มีทางเข้าออกติดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ การเข้าถึงโครงการนั้น ถ้ามาจากแยกอโศก-เพชรบุรี จะเลี้ยวเข้าโครงการซึ่งเป็นถนน 7 เลน ไม่ได้ค่ะ ต้องเลี้ยวไปกลับรถบริเวณถนนนิคมมักกะสัน หรือถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งบริเวณนั้นรถค่อนข้างน้อย ส่วนซอยนานาที่อยู่อีกด้านจะเป็นถนนแบบ One-way ค่ะ ใช้ตรงไปออกถนนสุขุมวิท กลับรถมาแล้วก็ออกมาตรงถนนนิคมมักกะสันแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการค่ะ ส่วนถ้ามาจากทางประตูน้ำก็เลี้ยวเข้าโครงการได้เลย ปัจจุบันจะมีทางเข้าออกทางเดียวคือการถนนเพชรบุรี ส่วนด้านหลังโครงการที่ติดกับถนนเพชรบุรีนั้นไม่สามารถเข้าออกด้วยรถยนต์ได้ค่ะ แต่ในอนาคตอาจจะทำให้เข้าออกทางนี้ได้เหมือนกับ The Address Asoke ที่ทำค่ะ ด้านหลังถัดจากถนนกำแพงเพชร 7 ไปจะเป็นทางรถไฟสายตะวันออก และ ทางรถไฟฟ้า Airport Link ติดกันเป็นที่ดินมักกะสันแปลงใหญ่

ด้านหน้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกจะติดกับตึกแถวสูง 4 ชั้นที่อยู่ในซอยเพชรบุรี 39 หัวมุมจะมี 7-Eleven หน้าเซเว่นจะมีสะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ค่ะ สุดซอยเพชรบุรี 39 จะมีอพาร์ทเม้นท์ชื่อ ออสการ์ อพาร์ทเม้นท์สูง 7 ชั้น ติดกันเป็นโรงแรมเมอร์เคียว นานาเหนือ สูงประมาณ 30 ชั้นค่ะ ซึ่งถ้ามองจากคอนโดก็เห็นอาคารนี้ค่อนข้างชัดเจนค่ะ ส่วนด้านฝั่งตะวันตกด้านข้างที่ดินจะเป็นซอยเข้าไปสถานบันเทิง สูง 20 ชั้น ห้องที่อยู่ด้านทิศตะวันตกชั้นที่ล่างๆ ก็อาจจะโดนบล็อควิวไปบ้าง ส่วนด้านหน้าจะเป็นแปลงที่ดินเปล่า แปลงที่ดินนี้เคยเป็นโรงแรมมาก่อน แต่ตอนนี้รื้อทิ้งไปแล้วเหลือเพียงที่ดินโล่งๆค่ะ

ผังโครงการคอนโด Circle 2 Living Prototype
ผังโครงการคอนโด Circle 2 Living Prototype

เอาวิวบริเวณโดยรอบมาฝากค่ะ ฝั่งนี้จะเป็นด้านทิศตะวันออก หันไปทางแยกอโศก-เพชรบุรี เห็น Airport Link มักกะสัน

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 003)

 

เฉียงๆไปทางด้านหลังหน่อยจะมองไปเห็นถึงพระราม 9 เลยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 007)

 

วิวทางทิศเหนือจะได้วิวแปลงที่ดินมักกะสัน กับโซนดินแดงค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 008)

 

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็ยังเห็นวิวมักกะสันอยู่ ฝั่งนี้จะเห็นไปถึงแถวๆอนุสาวรีย์ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 006)

 

วิวทางทิศตะวันตกจะเห็นวิวที่ดินของการรถไฟอยู่ มองไปไกลๆเห็นตึกใบหยกด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 033)

 

ฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้วิวโซนเพลินจิต-ชิดลม

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 031)

 

จบที่วิวทิศตะวันออกเฉียงใต้กับอโศกค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 021)

ทิศทางแดด  ฝั่งไหนร้อน?  ฝั่งไหนร่ม?

ดูวิวในแต่ละทิศกันไปแล้ว มาดูเรื่องทิศทางแดดกันต่อค่ะ ตัวคอนโดนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ห้องหลักๆก็หันไปทิศตะวันออกและทิศตะวันตกค่ะ  จะมีห้องปลายสุดของอาคารทางทิศเหนือกับทิศใต้ เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนห้องทางทิศตะวันออกจะมีทั้งห้องแบบ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอนค่ะ จะโดนแดดเช้า วิวที่ได้จะเป็นวิวฝั่งอโศก และพระราม 9 รวมไปถึง Airport Link มักกะสันค่ะ ส่วนด้านทิศตะวันตก ส่วนนึงตรงกลางจะเป็นโถงลิฟต์ ห้องทางฝั่งนี้จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนทั้งหมดค่ะ ซึ่งทิศตะวันตกเองก็จะได้แดดบ่ายค่ะ วิวฝั่งนี้ก็จะเป็นได้เป็นวิวฝั่งเพลินจิต-ชิดลม ไปจนถึงตึกใบหยกเลยค่ะ

ทิศทางแดดและความร้อน Circle 2 Living Prototype
ทิศทางแดดและความร้อน Circle 2 Living Prototype

พื้นที่ส่วนกลางและความเพียงพอในการใช้งานเป็นอย่างไร

Facilities จะอยู่ที่ชั้น 5 กับชั้น 53 ค่ะ ชั้น 5 นั้นจะแบ่งส่วนกลางออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วน Indoor, Open air และ Outdoor ค่ะ ส่วนชั้น 53 นั้นจะเป็น Sky Lounge

Floor Plan ชั้น 5 (Facilities floor) คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 5 (Facilities floor) คอนโด Circle 2 Living Prototype

 

เอาโมเดลในชั้นส่วนกลาง ชั้น 5 มาฝากกันค่ะ ส่วนด้านหน้าที่อยู่ใกล้กับถนนเพชรบุรี จะเป็นส่วนของ Villa

Circle Living Prototype_Model (ภาพที่ 03)

 

ส่วนที่อยู่ด้านในอาคาร ที่แบ่งเป็นส่วน Indoor และส่วน Open air ค่ะ ก็มีห้องอเนกประสงค์, ห้องฟิตเนส, ห้องเด็ก รวมไปถึงพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนค่ะ

Circle Living Prototype_Model (ภาพที่ 02)

 

ส่วน Outdoor ค่ะ มีสระว่ายน้ำ สตรีม ซาวน่า สวน และพื้นที่ลู่วิ่งสำหรับวิ่งออกกำลังกายรอบอาคาร

Circle Living Prototype_Model (ภาพที่ 01)

พื้นที่ส่วนกลางที่ได้มานั้น ในชั้น 5 จะมี Multi-purpose room, พื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง, Kid Zone, ฟิตเนส, ลู่วิ่งรอบอาคาร และสระว่ายน้ำ พร้อมลำโพงใต้น้ำ ระบบอะควาโซนิค สระ Lap pool กว้าง 3-5 เมตร ยาว 25 เมตร และลึก 1.5 เมตร ค่ะ มีสระเด็กแยกกัน นอกจากนี้ยังมีซาวน่า สตรีม และ Jacuzzi bed ส่วนชั้น 53 จะเป็น Sky Lounge ไว้ชมวิวเมืองได้รอบเลยค่ะ ส่วนที่จอดรถจะอยู่บริเวณชั้น 1-4

สำหรับสัดส่วนการใช้งานนั้น  สัดส่วนลิฟต์โดยสาร 5 ตัวกับ 466 ยูนิต  เฉลี่ยออกมาได้ 93 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว  ถือว่าดีมาก เป็นลิฟต์แบบ Hi-Speed จากชั้น 1 ถึงชั้นบนสุดใช้เวลา 50 วินาทีค่ะ ใช้ระบบสั่งงานแบบ Touch Screen และล็อคชั้น  ที่จอดรถ 3ุ68 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 80 % มีที่จอดรถแบบอัตโนมัติอยู่ 104 คัน จากรูปหน้าตา Facilities ในชั้น 5 ก็ให้พื้นที่ส่วนกลางมาค่อนข้างเยอะค่ะ รวมไปถึง Sky Lounge ชั้นบน ถึงแม้จะอยู่ห้องชั้นล่างๆ ก็สามารถขึ้นไปชมวิวชั้นบนสุดได้เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นวิวเมืองจริงๆนะคะ ได้มาทั้งโซนอโศก นานา เพลินจิต พระราม 9 รวมไปถึงประตูน้ำ และอารีย์เลยค่ะ

มาดูกันที่ส่วนกลางในชั้น 5 กันก่อนค่ะ เริ่มจากโซนแรกที่เป็นโซน Indoor จะมี Reception ประจำเคาท์เตอร์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่คล้ายๆกับ Reception โรงแรมค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 055)

 

เดินเข้ามาตรงทางเดินข้างๆ Reception

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 054)

 

ด้านหลัง Reception จะเป็นตู้จดหมายค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 056)

 

ถัดจากโซน Mail box ไปจะเป็น Multi-purpose room สามารถใช้จัดปาร์ตี้ หรือจัดประชุมได้ค่ะ โดยที่ต้องแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคล ณ เวลานั้นค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 058)

 

อีกฝั่งจะสามารถกั้นเป็น Mini Home Theater room ได้ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 057)

 

เดินกลับไปตรงโถง Lobby

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 059)

 

บริเวณโถง Lobby จะมีที่นั่งจัดเตรียมไว้หลายแบบเลยค่ะ ทั้งมาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือกลุ่มเล็กๆ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 060)

 

จากตรงโถง Lobby ตรงส่วน Indoor จะมองไปเห็นห้องฟิตเนส แต่ห้องฟิตเนสต้องเข้าจากตรงส่วนของ Open Air หรือ ส่วน Semi-outdoor ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 061)

 

เข้ามาในส่วนของโซนที่ 2 คือ โซน Open Air โซนนี้จะยังเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนอยู่ค่ะ แต่จะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เหมาะสำหรับคนชอบอยู่กับอากาศแบบธรรมชาติๆค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 077)

 

ตกแต่งได้บรรยากาศหรูหรามา มีซ่อนไฟตรงใต้พื้นที่นั่งที่ยกขึ้นมาด้วยเล่นระดับด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 062)

 

จะเห็นได้ว่าเพดานค่อนข้างสูง ตรงชั้น 5 เพดานจะสูง 6 เมตรค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 075)

 

โซนนี้จะสามารถเลื่อนเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติได้ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 076)

 

เข้ามาในห้องฟิตเนสค่ะ ที่พิเศษของฟิตเนสคอนโดนี้คือ จะมีเทรนเนอร์คอยประจำอยู่ด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่เป็น

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 079)

 

บรรยากาศด้านในห้องฟิตเนส

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 080)

 

มุมนี้จะเป็นมุมที่มองออกไปเห็น Lobby ตรงส่วน Indoor ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 081)

 

ข้างๆห้องฟิตเนสจะเป็นห้องเด็กค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 063)

 

ตกแต่งออกมาน่ารักดีค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 064)

.

ออกมาโซนที่ 3 เป็นโซน Outdoor ค่ะ จะเจอทางขึ้นสระว่ายน้ำ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 41)

 

ข้างๆ มีทางลงไปซาวน่า สตรีม แยกชายหญิง

Circle Living Prototype (ภาพที่ 42)

 

ขึ้นมาดูสระว่ายน้ำกันค่ะ สระเป็นแบบ Lap pool กว้าง 3-5 เมตร ยาว 25 เมตร

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 066)

 

มีสระเด็กข้างออกมาต่างหาก

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 065)

 

มุม Jaccuzi bed ค่ะ ด้านข้างจะเป็นกระจกกั้นระหว่างสระว่ายน้ำกับ Jaccuzi bed

Circle Living Prototype (ภาพที่ 56)

 

ด้านข้างสระว่ายน้ำมีที่นั่งริมสระ มองไปตรงสระว่ายน้ำจะเห็นอพาร์ทเมนท์สูง 7 ชั้นอยู่ติดกัน เลยดูค่อนข้างไม่มีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ ถ้ามีการดีไซน์องค์ประกอบทางงานสถาปัตย์บางอย่างมาบังบริเวณด้านข้างด้วยก็จะดีกว่านี้ในเรื่องมุมมองค่ะ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 58)

 

ลู่วิ่งจะมีอยู่รอบอาคารในชั้น 5  แนวนี้จะสูงเลยหลังคาของตึกแถวข้างๆ ที่ไม่สวยงามไปแล้ว

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 072)

 

ความยาว 1 รอบอยู่ที่ 230 เมตรค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 071)

.

ดูที่ชั้น 5 ไปแล้ว พาขึ้นไปดู Sky Lounge ที่ชั้น 53 ชั้นบนสุดของอาคารกันค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 015)

 

ลิฟท์ที่ใช้เป็นแบบ Hi-Speed ใช้ระบบ Touch Screen และล็อคชั้นค่ะ

Circle Living Prototype (ภาพที่ 72)

 

สวนฝั่งที่ติดกับโถงลิฟต์ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 026)

 

เข้ามาใน Sky Lounge

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 047)

 

มุมที่นั่งชมวิว ได้บรรยากาศดี พอๆกับร้านอาหารบนดาดฟ้าโรงแรมเลยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 046)

 

ด้านบนวิวดีมากค่ะ Sky Lounge ในชั้น 53 นี้อยู่ที่ความสูง 200 เมตร ปัจจุบันถือว่าเป็น Sky Lounge ที่สูงที่สูงใน Lounge ของอาคารชุดพักอาศัย บนถนนเพชรบุรี อโศกและนานาค่ะ  ยอมรับว่าวิวที่นี่เป็นหนึ่งในวิวเมืองจากเล้าจ์บน Top Floor ของคอนโดที่สวยที่สุดแห่งนึงในกรุงเทพฯ เพราะสามารถกวาดวิวมาได้หมด ตั้งแต่ประตูน้ำ, Central World, Mahanakorn ตลอดไปจนวิวเมืองแนว Mid-Sukhumvit ทั้งหมด  อ้อมไปจนถึงพระราม 9 กันเลยทีเดียว

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 038)

 

แอบมีลูกเล่นเป็นพื้นกระจกที่มองลงไปเห็นถึงชั้นล่าง ให้หวาดเสียวกันเล็กน้อย  ใครกล้าท้าทายตัวเองบนพื้นโล่งๆ ที่ความสูง 200 เมตรก็เรียนเชิญนะคะ  ตรงนี้ไม่กล้าทดลองรีิวิวให้ดูจริงๆ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 037)

 

ขึ้นมาที่ด้านบนชั้น 2 ของ Sky Lounge  ทางลงมองไปเป็นแนวแกนถึงตึกใบหยก 2

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 045)

 

มีที่นั่งสำหรับมาประชุมกันได้ด้วยค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 039)

 

วิวจากมุมสูงจริงๆ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 041)

 

วิวสวยมาก  เราเลยขอนั่งเล่นดูบรรยากาศไปเรื่อยๆจนเย็น แล้วเก็บบรรยากาศยามค่ำคืนมาฝากกัน

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 085)

 

วิวฝั่งทิศตะวันตก เห็นถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มักกะสัน และทางพิเศษศรีรัชค่ะ (รถติดน่าดู ><)

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 084)

 

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ค่ะ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 093)

 

วิวทางทิศใต้ นานา-เพลินจิต-ชิดลม  ทางขวามือจะเห็นตึก All Season  ส่วนริมสุดคือ Mahanakorn นั่นเอง

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 092)

 

วิวทางทิศตะวันออกค่ะ เห็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร และตึกใบหยกตั้งอยู่โดดเด่นจริงๆ

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 089)

 

วิวด้านหลังทางทิศเหนือค่ะ เป็นโซนพระราม 9

Circle 2 Living Prototype (ภาพที่ 094)

 

จบด้วยเส้นสายโครงข่ายบริเวณทางด่วนพระราม 9 ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 877)

เปิดผังคอนโด  Typical Floor Plan

Floor Plan คอนโด Circle 2 Living Prototype ชั้น 7-14

ห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 6 ค่ะ แต่บริเวณชั้น 6 ห้องด้านหลังจะหายไปบางส่วน เนื่องจากชั้น 5 ที่เป็นชั้นส่วนกลางทำห้องเป็น Double Volume ส่วนชั้น 7-19 แปลนจะคล้ายๆกันค่ะ  วางห้องเป็นแบบ Double Corridor โดยที่ห้องพักอาศัยจะวางขนานกันไปตามทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง โถงลิฟท์และบันไดหนีไฟจะอยู่เกือบกลางๆของอาคาร แต่ละชั้นจะมีทั้งหมดห้องพักอาศัยอยู่ 12 ยูนิต ขนาดจะแตกต่างกันไปบ้างในบางชั้น มีห้องแบบ 1 ห้องนอนเกือบทั้งหมด มี 2 ห้องนอนอยู่ 2 ห้องตรงปลายอาคาร 2 ด้าน

Floor Plan ชั้น 7-14 คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 7-14 คอนโด Circle 2 Living Prototype

Floor Plan คอนโด Circle 2 Living Prototype ชั้น 20-24

ชั้น 20-41 ก็จะมีห้องพักอาศัย 12 ยูนิตในแต่ละชั้นเหมือนกับชั้น 7-19 แบ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน 8 ยูนิต กับแบบ 2 ห้องนอน 4 ยูนิต ปลายสุดของ 2 ฝั่งที่เป็นทิศเหนือและทิศใต้ จะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนที่เห็นวิว 180 องศา

Floor Plan ชั้น 20-24 คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 20-24 คอนโด Circle 2 Living Prototype

Floor Plan คอนโด Circle 2 Living Prototype ชั้น 42

พอยิ่งชั้นสูงๆจำนวนห้องก็น้อยลงไปเรื่อยๆค่ะ ในชั้นที่ 42 ห้องทางทิศเหนือ 5 ห้องจะถูกเปลี่ยนเป็น Penthouse ค่ะ

Floor Plan ชั้น 42 คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 42 คอนโด Circle 2 Living Prototype

Floor Plan คอนโด Circle 2 Living Prototype ชั้น 43

พอมาชั้น 43 ห้องจะเหลือห้องเพียง 2 ห้องเป็น Penthouse ทั้งคู่ค่ะ

Floor Plan ชั้น 43 คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 43 คอนโด Circle 2 Living Prototype

Floor Plan คอนโด Circle 2 Living Prototype ชั้น 44-45

กลับมาที่ชั้น 44-45 จากห้อง Penthouse กลับมาเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ซึ่งตรงห้องปลายสุดทางทิศเหนือและทิศใต้ ก็จะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนที่เห็นวิวแบบพาโนราม่าเหมือนในชั้น 20 ค่ะ จำนวนยูนิตต่อชั้นจะอยู่ที่ 6 ยูนิตค่ะ

Floor Plan ชั้น 44-45 คอนโด Circle 2 Living Prototype
Floor Plan ชั้น 44-45 คอนโด Circle 2 Living Prototype

แปลนห้องดีไหม?

แปลนของคอนโด Circle 2 Living Prototype จะมีตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, Penthouse และ Villa ขนาดห้องจะเริ่มต้นที่ 45.85-296.02 ตารางเมตร  วันนี้เราเอาแปลนห้องแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน แบบหลักๆมาให้ดูกันค่ะ ซึ่งความพิเศษของห้องทุกแบบในโครงการนี้คือ จะมีห้องเก็บของแยกไว้ต่างหาก 1 ห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้อง 1 ห้องนอนที่ขนาดเล็กที่สุดก็ยังมีห้องเก็บของให้ค่ะ

แปลนห้องคอนโด Circle Living Prototype

แบบ 1 ห้องนอน Type 1B ขนาด 45.05-46.80 ตารางเมตร

เริ่มจากแบบที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดคือแบบ 1 ห้องนอน  Type 1B ที่มีทั้งห้องฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 6 ส่วน คือ ส่วนครัว, ส่วนพื้นที่นั่งเล่น, ระเบียง, ห้องเก็บของ, ห้องน้ำ และห้องนอนค่ะ เริ่มตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาในห้องก็จะเจอกับพื้นที่ครัว เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน และระเบียง ระหว่างพื้นที่ครัวกับพื้นที่นั่งเล่น จะมีทางเดินเข้าไปห้องเก็บของที่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ห้องน้ำ และห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดค่ะ พื้นที่ตรงห้องนอนและห้องนั่งเล่น จะมีหน้าห้องค่อนข้างกว้าง ได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่ค่ะ บริเวณห้องนอนนั้นมีประตูออกไปตรงระเบียงได้ด้วย โดยที่ไม่ต้องออกไปตรงห้องนั่งเล่นก่อน อีกทั้งตรงส่วนที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นนั้นจะเป็นผนัง Movable Partition Wall สามารถเลื่อนเปิดปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นได้ค่ะ ซึ่งส่วนนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานภายในห้องได้อย่างเต็มที่ ถ้าต้องการให้ห้องดูโล่งโปร่งก็เปิดให้ 2 ห้องเชื่อมต่อกัน ส่วนถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวก็ปิดไปได้ค่ะ

แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 1 ห้องนอน B1 ขนาด 45.05-46.80 ตารางเมตร
แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 1 ห้องนอน 1B ขนาด 45.05-46.80 ตารางเมตร

แปลนห้องคอนโด Circle Living Prototype

แบบ 1 ห้องนอน Type 1C ขนาด 55.49-55.55 ตารางเมตร

แปลนห้องแบบ 1 ห้องนอน 1C ก็จะคล้ายๆกับแบบ 1 ห้องนอน 1B ในแง่ฟังก์ชั่นการใช้งาน แบบนี้จะมีสเปซบริเวณครัวและพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มขึ้นมากกว่าแบบ 1B แต่ละชั้นจะมีห้องแบบนี้เพียงห้องเดียวค่ะ เข้ามาภายในห้องก็เป็นพื้นที่ครัว ใกล้กับทางเข้าห้องจะเป็นห้องเก็บของ และห้องน้ำค่ะ แบบนี้ระเบียงจะอยู่ตรงห้องนอน ไม่ใช่ห้องนั่งเล่น แต่ก็จะมีประตูจากห้องนั่งเล่นเข้าระเบียงเช่นกัน ห้องนั่งเล่นของแบบนี้นั้นจะมีความพิเศษตรงที่ได้วิวด้านนอกถึง 2 ด้านค่ะ เนื่องจากตำแหน่งห้องที่ยื่นออกมา ส่วนห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่นนั้นก็ใช้ Movable Partition Wall ในการเลื่อนเปิดปิดห้องให้ตรงตามลักษณะการใช้งานอีกเช่นกันค่ะ

แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 1 ห้องนอน C1 ขนาด 55.49-55.55 ตารางเมตร
แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 1 ห้องนอน 1C ขนาด 55.49-55.55 ตารางเมตร

แปลนห้องคอนโด Circle Living Prototype

แบบ 2 ห้องนอน Type 2C ขนาด 80.10-81.38 ตารางเมตร

แบบ 2 ห้องนอนที่เลือกมาเป็นแบบ Type 2C แปลนห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งห้องออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนของครัวและพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ตรงกลาง ห้องนอนใหญ่ และห้องนอนเล็กจะอยู่กันคนละด้าน เข้ามาภายในห้องจะเจอกับพื้นที่ครัวอีกเช่นกัน เชื่อมต่อไปกับพื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าห้องนอนเล็ก ซึ่งตรงห้องนอนเล็กนั้นจะเป็นผนังแบบ Movable Partition Wall อีกเช่นกัน สามารถเปลี่ยนจากห้องนอนเล็กเป็นห้องทำงาน หรือเปิดพื้นที่ทั้ง 2 ห้องนี้ให้เชื่อมต่อกับ สเปซรวมๆก็จะดูกว้างขึ้นไป ติดกับครัวในฝั่งห้องนอนเล็กจะเป็นห้องเก็บของ และห้องน้ำกลางค่ะ ส่วนอีกฝั่งนึงจะเป็นทางเข้าห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว ซึ่งแบบ 2 ห้องนอนนั้นให้ห้องนอนใหญ่จะได้อ่างอาบน้ำเพิ่มขึ้นมาด้วย ระเบียงจะอยู่ตรงห้องนอนใหญ่ แต่ก็สามารถเข้ามาจากห้องนั่งเล่นได้เช่นกัน รวมๆแล้วก็ทำออกมาได้ดี สเปซดูไม่อึดอัด แถมห้องนอนทั้ง 2 ห้อง และห้องนั่งเล่นก็ได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆด้วยค่ะ

แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 2 ห้องนอน 2C ขนาด 46.65-47.22 ตารางเมตร
แปลนคอนโด Circle 2 Living Prototype แบบ 2 ห้องนอน 2C ขนาด 80.10-81.38 ตารางเมตร

เปิดห้อง  มองสเปซ  :  Focus  on  “SPACE”  and  “DIMENSION”

ห้องตัวอย่าง คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม

ห้องตัวอย่างมีให้ดู 3 แบบ เป็นแบบ 1 ห้องนอน  2 ห้อง และ แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้อง ห้องที่ได้จะเป็นแบบ Fully Fitted หลักๆก็ได้ห้องครัว และห้องน้ำเหมือนในห้องตัวอย่าง แล้วก็มีตู้รองเท้า ตู้เก็บของ และแอร์ค่ะ ความสูงของสเปซระยะฝ้าเพดานในห้องทั่วๆไปสูง 2.85 เมตรค่ะ

ห้องตัวอย่างคอนโด Circle 2 Living Prototype

แบบ 1 ห้องนอน 1B ขนาด 47.17 ตารางเมตร

เปิดเข้ามาภายในห้องเจอกับพื้นที่ครัว และพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งผนังด้านหลังโซฟานั้นสามารถเลื่อนเปิดออกมาเชื่อมต่อกับห้องนอนได้ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_47.17 sqm (ภาพที่ 001_1)

 

พื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียง ส่วนผนังห้องที่เห็นตกแต่งมานั้น อันนี้เอาไว้เป็นไอเดียในการแต่งห้อง ห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ

Circle 2 Living Prototype_47.17 sqm (ภาพที่ 002_1)

 

สเปซระหว่างครัวกับพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนค่ะ

Circle 2 Living Prototype_47.17 sqm (ภาพที่ 020_1)

 

มองย้อนกลับไปทางเข้าห้อง

Circle 2 Living Prototype_47.17 sqm (ภาพที่ 003_1)

 

พื้นที่ในห้องนอน ได้กระจกมาเต็มบาน รับแสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆค่ะ

Circle 2 Living Prototype_47.17 sqm (ภาพที่ 009_1)

ห้องตัวอย่างคอนโด Circle 2 Living Prototype

แบบ 1 ห้องนอน 1C ขนาด 57.08 ตารางเมตร

เข้ามาภายในห้อง พื้นที่ครัวก็เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นเหมือนห้องตัวอย่างแบบ 1B แต่สเปซตรงนี้จะได้มายาวกว่าแบบ 1B ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 001_1)

 

พื้นที่นั่งเล่นอีกรูปค่ะ ห้องแบบนี้จะอยู่ฝั่งทิศตะวันออกค่ะ จากตรงนี้จะเห็นวิวทางฝั่งอโศกค่ะ

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 009_1)

 

ตัวระเบียงจริงๆจะอยู่ตรงห้องนอน แต่ก็มีประตูที่สามารถเดินเข้าได้จากห้องนั่งเล่นด้วย

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 010_1)

 

ความพิเศษของห้องแบบ 1C คือบริเวณห้องนั่งเล่นจะยื่นออกมาทำให้เห็นวิวแบบ 90 องศา แถมยังทำให้ห้องดูโล่ง และได้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆค่ะ

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 012_1)

 

ระเบียงห้องทุกห้องจะเป็นพื้นไม้สังเคราะห์ ทางโครงการออกแบบพื้นที่ตรงระเบียงให้สามารถออกมานั่งเล่นชมวิวได้ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 013_1)

 

จากห้องนั่งเล่น ทางด้านหลังโซฟาก็เป็น Movable Partition Wall เปิดเชื่อมต่อกับห้องนอนได้

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 002_1)

 

เข้ามาในห้องนอน แบบนี้ระเบียงจะอยู่ตรงห้องนอนค่ะ

Circle 2 Living Prototype_57.08 sqm (ภาพที่ 003_1)

ห้องตัวอย่างคอนโด Circle 2 Living Prototype

แบบ 2 ห้องนอน 2C ขนาด 81.24 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องก็เจอกับครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนคะ

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 001_1)

 

ด้านนึงจะเป็นห้องนอนเล็ก ซึ่งตรงนี้ตามห้องตัวอย่างจะเปิด Movable Partition Wall เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 008_1)

 

Movable Partition Wall ที่เปิดอยู่ค่ะ ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวก็ปิดไปได้ แต่แบบนี้ก็จะให้ความรู้สึกที่โล่งๆโปร่งดีค่ะ ซ้ายมือเป็นทางเดินเข้าห้องเก็บของและห้องน้ำที่อยู่บริเวณพื้นทีกลาง

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 006_1)

 

จากพื้นที่นั่งเล่นมองกลับไปทางเข้าห้องค่ะ

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 007_1)

 

เคาท์เตอร์ครัวรูปตัว L กั้นสเปซครัวจากพื้นที่อื่นๆ

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 038_1)

 

ระหว่างพื้นที่นั่งเล่น กับครัวจะมีทางเดินไปห้องนอนใหญ่ค่ะ ระเบียงจะอยู่ตรงห้องนอนใหญ่ แต่ก็จะมีประตูเข้าห้องที่ห้องนั่งเล่นเช่นกัน ผนังระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนั่งเล่นนั้นจะเลื่อนเปิดไม่ได้ค่ะ

Circle 2 Living Prototype_81.24 sqm (ภาพที่ 004)_1

เปิดห้อง  ส่องวัสดุ  :  Focus  on  “MATERIALS”

วัสดุในภาพรวมก็ให้มาค่อนข้างดีค่ะ แข็งแรง  ให้ผิวสัมผัสของวัสดุที่ดี  fitting ดี  แต่บานประตูกับบานเลื่อนต่างๆ นั้นมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ  สาวๆเลื่อนไปมาต้องออกแรงกันเยอะหน่อยค่ะ  ราวระเบียงกันตกเป็นกระจก ทำให้มองออกไปแล้วดูโล่ง ได้กระจกเต็มบาน  มีการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน และนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ภายในห้องอีกด้วยค่ะ

อยู่สบายแบ่งรีวิววัสดุออกเป็น 3 ส่วน  คือ  วัสดุครัวและส่วนเตรียมอาหาร(pantry) , วัสดุห้องน้ำ , วัสดุทั่วไปและวัสดุปิดผิวภายในห้อง(Finishing Material)  เพื่อให้ส่องกันง่ายๆเช่นเคยค่ะ

วัสดุห้องครัว / ส่วนเตรียมอาหาร (pantry)

ครัวแบบ 1 ห้องนอน 1C ค่ะ เป็นเคาท์เตอร์เข้ามุม

เคาท์เตอร์ครัวจะมีตู้เก็บของให้บน ล่าง Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์  หน้าบานเป็นลายไม้

เคาท์เตอร์ครัวแบบ 2 ห้องนอนค่ะ ใช้เคาท์เตอร์เป็นตัวแบ่งพื้นที่ครัว

แบบ 2 ห้องนอนจะได้ทั้งไมโครเวฟและเตาอบ เป็นของ Siemens ส่วนแบบ 1 ห้องนอนจะได้ไมโครเวฟอย่างเดียวค่ะ

แบบ 1 ห้องนอนจะได้เตาไฟฟ้าเป็นแบบ 2 หัวของ Siemens

ส่วนแบบ 2 ห้องนอนจะได้เตาไฟฟ้าของ Siemens เช่นกัน แต่เพิ่มเป็น 4 หัว

มี Hood ดูดควันของ Siemen ด้วยค่ะ

ตู้เก็บของด้านบน เปิดปิดเป็น  Soft Close

อ่างล้างจานของแบบ 1 ห้องนอน ของ Kolher มี 1 อ่างแต่ว่ามีก็อกมาให้ 2 อัน เป็นก๊อกน้ำสำหรับใช้ล้างจาน และก๊อกน้ำที่ผ่านระบบการกรองน้ำจากโครงการ ดื่มได้ ปลอดภัยค่ะ

ส่วนแบบ 2 ห้องนอน อ่างล้างจาน จะมี 2 หลุม เป็นของ Kolher เช่นกัน แต่ละหลุมก็จะมีก็อกแยกกันค่ะ อันนึงเป็นก็อกสำหรับล้างจาน อีกก็อกไว้สำหรับน้ำดื่มเช่นกัน

ลิ้นชักก็เป็นแบบ Soft close

วัสดุห้องน้ำ

ห้องน้ำแยกส่วนเปียก ส่วนแห้ง

ส่วนเปียกจะมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานเปลือยกระจกนิรภัยใสของ Framless

เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าง Top หินเทียม จาก Kohler ใต้อ่างมีตู้เก็บของ

พื้นที่เก็บของด้านใน ใต้อ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้า Kohler ทรงกลม

ก็อกน้ำก็ของ Kohler

ด้านบนของอ่างล้างหน้าจะเป็นตู้เก็บของพร้อมบานกระจก เปิดได้ทุกบานค่ะ

บานเปิดเล็กด้านขวาก็เปิดได้ แต่อาจจะต้องระวังตอนเปิดด้วย เพราะบานกระจกจะไปชนกับผนังกระเบื้องพอดีค่ะ

แบบ 2 ห้องนอนในห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำด้วยค่ะ เป็นของ  Kohler

ก๊อกน้ำสำหรับใช้ในอ่างอาบน้ำ ของ Kohler

ฝักบัวมี 2 แบบค่ะ เป็น Rain Shower กับทรงกระบอก ของ Kohler เช่นกัน

ฝักบัวอาบน้ำแบบทรงกระบอก ตรงผนังจะมีช่องสำหรับใส่อุปกรณ์อาบน้ำให้ด้วยค่ะ

พื้นที่ส่วนเปียกมีที่ระบายน้ำเป็นรางยาว ทำให้ระบายน้ำได้ดี

ฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานกระจกนิรภัย ด้านบนเป็นราวสแตนเลสยึดกระจก

ชุดโถสุขภัณฑ์ของ  Kohler ค่ะ

ประตูห้องน้ำบานจับแบบก้นโยก

พื้นระหว่างห้องน้ำจะลดระดับลงมา 2 เซนติเมตร ธรณีประตูเป็นแกรนิต ถ้าเป็นพื้นกระเบื้องจะต่อไปกับธรณีประตูเลย

ส่วนถ้าเป็นพื้น  Engineering wood จะมีตัวปิดรอยต่อเป็นตัวจบค่ะ

วัสดุทั่วไปในห้อง / วัสดุปิดผิว (finishing)

Digital Door Lock ของ Im Tech

ประตูห้องเป็นแบบมือจับก้านโยกค่ะ

บานประตูทางเข้่าปิดผิวลามิเนตลายไม้ด้านนอก ส่วนหน้าบานในห้องจะเป็นสีขาวค่ะ

ตู้ Built-in บริเวณด้านหน้าทางเข้าห้อง สูงจรดฝ้าเพดาน  2.85 ม. เป็นตู้เก็บรองเท้าและของต่างๆค่ะ

ที่เก็บรองเ้ท้ามี 6 ชั้นวางได้ชั้นละ 3 คู่ ตรงนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างมากกว่าโครงการอื่นๆค่ะ

พื้นทางเข้าห้องมีต้วจบสแตนเลสเพื่อเก็บรอยต่อระหว่างพื้นทกระเบื้องกับพื้น Engineering wood

บานประตูห้องนั้นเป็นแบบ  Over sized สูงติดเพดาน

แอร์ภายในห้องเป็นแบบฝั่งฝ้าเพดาน

Home Automation และ Video Door Phone ของ Loxley Bticino เวลามีคนมาหาที่คอนโด เราสามารถดูได้ว่าใครมาหา แล้วค่อยกดปุ่มเปิดประตูให้เข้ามาตั้งแต่ด้านหน้าทางเข้าอาคารค่ะ นอกจากนี้ยังมีปุ่มสำหรับขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่จะส่งสัญญาณบอกเจ้าหน้าที่ภายในโครงการด้วยค่ะ

สวิตซ์ไฟในโครงการค่ะ ใช้ของ bticino นอกจากนี้ยังมี App ที่โหลดมาใช้ควบคุมเวลาการเปิดปิดไฟ หรืออุปกรณ์ภายในห้องได้อีกด้วย

ปลั๊กไฟแบบฝังพื้น

Movable Partition Wall รางเลื่อนจะติดไว้ด้านบน ข้อดีคือเวลาเปิดพื้นห้องด้านล่างก็จะเรียบ เดินไม่สะดุดค่ะ

เวลาเลื่อนเก็บจะพับทำมุม 90 องศาขนานไปกับผนังค่ะ

ประตูบานเปิดอลูมิเนียม Powder Coat ออกไประเบียงจากด้านข้าง เป็นมือจับก้านโยก

ส่วนทางออกระเบียงหลักจะเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียม  Powder Coat

รางอลูมิเนียม พื้นห้องกับพื้นระเบียงอยู่ระดับเดียวกัน

ระเบียงปูผิวด้วยพื้นไม้สังเคราะห์ ไว้สำหรับวางโต๊ะ เก้าอี้ แบบ Outdoor เล็กๆ ชมวิวค่ะ

ราวระเบียงกระจกลามิเนต สูง 1.40 ม.

คอมเพรสเซอร์ จะซ่อนอยู่ด้านบน เชื่อมต่อกับระบบ Heat Recovery System ที่นำความร้อนจากการใช้แอร์ มาอุ่นน้ำทำเป็นน้ำอุ่นภายในห้อง เป็นการช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟไปในตัวค่ะ

เปิดกระเป๋า  ดูสตางค์

ราคา คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม

ราคาเริ่มต้นวันที่แวะเข้าไปทำรีวิว (5 พฤศจิกายน 2558) ราคาห้องโปรโมชั่นจะเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาทค่ะ ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ 140,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนราคาเฉลี่ยทั้งโครงการจะอยู่ที่ 150,000 บาทต่อตารางเมตรค่ะ ชั้นยิ่งสูงขึ้นราคาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นค่ะ ส่วนเรื่องของทิศห้องนั้นทั้งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกในชั้นเดียวกันราคาจะเท่ากันค่ะ

ราคา ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558

ราคาเริ่มต้น :

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม. ชั้น 10 ราคา 7,574,770 บาท เฉลี่ย 162,968 บาท/ตร.ม

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม. ชั้น 10 ราคา 11,684,948 บาท เฉลี่ย 153,668 บาท/ตร.ม

เงื่อนไขการจอง :

  • เงินจอง

จอง 50,000 บาท

  • ผ่อนดาวน์

เป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ :

ค่าส่วนกลาง  40  บาท/ตร.ม.


ประมาณอัตราการผ่อน (คิดจากราคาเริ่มต้นด้านบน)
 

(เพื่อให้เห็นกรอบของค่าใช้จ่ายคร่าวๆและนำไปวางแผนประมาณการของแต่ละคนครับ  ถึงไม่ได้ซื้อห้องที่ยกมาเป็นตัวอย่างก็ใช้ตัวเลขได้ ซึ่งผมประมาณการอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่าปกติหน่อย  เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรองรับความสามาารถในการผ่อน  รวมถึงให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆที่เกิดขึ้น  เช่น  ค่าส่วนกลาง ไปด้วยในตัว) :

บนสมมติฐาน กู้  95% / ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี / ระยะเวลา 30 ปี

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม.  ราคาขาย  7,574,770  บาท  ผ่อนประมาณ 49,343 บาท/เดือน

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม.  ราคาขาย 11,684,948  บาท  ผ่อนประมาณ 76,475 บาท/เดือน

บนสมมติฐาน กู้  95% / ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี / ระยะเวลา 25 ปี

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม.  ราคาขาย  7,574,770  บาท  ผ่อนประมาณ 52,150 บาท/เดือน

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม.  ราคาขาย 11,684,948  บาท  ผ่อนประมาณ 80,826 บาท/เดือน

บนสมมติฐาน กู้  95% / ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี / ระยะเวลา 20 ปี

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม.  ราคาขาย  7,574,770  บาท  ผ่อนประมาณ 56,850 บาท/เดือน

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม.  ราคาขาย 11,684,948  บาท  ผ่อนประมาณ 88,110 บาท/เดือน

บนสมมติฐาน กู้  95% / ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี / ระยะเวลา 15 ปี

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม.  ราคาขาย  7,574,770  บาท  ผ่อนประมาณ  65,419 บาท/เดือน

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม.  ราคาขาย 11,684,948  บาท  ผ่อนประมาณ 101,390 บาท/เดือน

บนสมมติฐาน กู้  95% / ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี / ระยะเวลา 10 ปี

1 bedroom  พื้นที่ 46.48 ตร.ม.  ราคาขาย  7,574,770  บาท  ผ่อนประมาณ 83,767 บาท/เดือน

2 bedroom  พื้นที่ 76.04 ตร.ม.  ราคาขาย 11,684,948  บาท  ผ่อนประมาณ 129,828 บาท/เดือน

Overview Summary

ด้านการเดินทาง

ทำเลนั้นอยู่ใกล้กับใจกลางเมือง ซึ่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่เองก็เชื่อมต่อกับถนนสำคัญๆ หลายสาย รวมไปถึงทางด่วนที่อยู่ไม่ไกลทั้ง 2 ทางด่วน  แต่จะลำบากนิดนึงตรงการเข้าถึงโครงการที่ถ้ามาจากฝั่งแยกอโศก-เพชรบุรี ต้องไปหาทางเข้าถนนกำแพงเพชร 7 แล้วเลี้ยวเข้ามาถนนเพชรบุรีฝั่งที่มาจากแยกมิตรสัมพันธ์แทน  เพราะเนื่องจากถนนเป็นถนน 7 เลน  ถ้ามาตรงมาจากแยกอโศก-เพชรบุรี นั้นเลี้ยวตัดเข้าหน้าโครงการเลยลำบากแน่ๆ  ส่วนรถไฟฟ้านั้นที่ใกล้ที่สุดจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี กับ Airport Link มักกะสัน ห่างจากโครงการไป 750 เมตร เดินไปก็แอบเหนื่อยอยู่ค่ะ  ริมทางเดินฝั่งโครงการนั้นไม่ได้คึกคักเหมือนบนสุขุมวิท  ถ้าเป็นช่วงกลางคืนดึกๆ ก็ไม่แนะนำให้เดินไป MRT นะคะ  นอกจากนี้ถ้าจะไปขึ้น BTS ก็ต่อจาก MRT สถานีเดียวก็ถึงแล้วค่ะ หรือจะนั่งรถไปขึ้นตรง BTS นานาก็ได้

ด้านศักยภาพการเติบโตในอนาคต

พื้นที่บริเวณรอบๆโครงการเลยอาจจะไม่ได้มีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆโดยภาครัฐ จะมีโซนที่อยู่อาศัยและสำนักงานออฟฟิศที่อยู่ะหว่างอโศกและนานา แต่ก็ไม่ได้หรูหราและหนาแน่นเท่า ส่วนการพัฒนาที่ใกล้ที่สุดก็คงจะเป็นบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ที่เป็นที่ตั้งของ MRT เพชรบุรี และ Airport Link มักกะสัน ซึ่งตรงนี้เองจะเป็นแปลงที่ดินมักกะสันที่ิอยู่ด้านหลังโครงการ เป็นที่ดินแปลงใหญ่สุดที่กำลังรอการพัฒนาจากแผนล่าสุดก็จะเป็นการผสมกันกันระหว่างสวนสาธารณะกับพื้นที่ Complex  นอกจากนี้ก็ยังมีที่ดินอีกแปลงบนแยกอโศก-เพชรบุรี จะถูกเปลี่ยนเป็นโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ (Singha Complex) ใหม่ของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตัวโครงการนั้นจะเป็น Mixed-use project  ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน, ศูนย์ประชุม, พื้นที่ค้าปลีก และก็มีที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย ซึ่งโครงการนี้จะเปิดให้บริการในปี 2017 ค่ะ  ถ้าโครงการตรงแยกอโศก – เพชรบุรี เสร็จ  พื้นที่โซนนี้ก็อาจจะพลอยได้อานิสงค์เพิ่มขึ้น ในอนาคตน่าจะมีคอนโดขึ้นบริเวณอยู่บ้าง ดูจากพื้นที่ว่างโซนนี้ก็ยังพอมีอยู่ แถมทำเลที่ตั้งก็อยู่ค่อนไปในเมืองด้วยค่ะ

ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

ลักษณะการวางแปลนของตัวคอนโด Circle Living Prototype ก็เป็นไปตามรูปที่ดินค่ะ  วางแปลนเป็นเส้นตรงแนวยาว  ตัวคอนโดนั้นมีลูกเล่นในการออกแบบโดยดีไซน์ส่วนยื่นด้านหน้าออกมา  ทำให้ตึกแบนๆ ตรงๆ นั้นดูเท่ขึ้นมามากทีเดียว  ตัวคอนโดดูแล้วนึกถึงเกมเตอร์ติสสมัยเด็กๆ  การใช้วัสดุและคุมโทนสีก็เลือกเป็นโทนสีเทาดำทั้งหมด  ดูทันสมัยดี

คอนโด Circle Living Prototype มีแนวคิดการออกแบบโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ดึงเอานวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ ตัวอาคารค่อนข้างเด่น เพราะสูงถึง 53 ชั้น ในบริเวณรอบๆจะไม่มีอาคารสูงเท่านี้  เลยเป็นอีกเหตุผลที่พอขึ้นไปบนเล้าจ์แล้ววิวอลังการงานสร้างมาก   ใช้กระจก Double Glazed เต็มบาน ป้องกันความร้อนและเสียงได้ดีกว่ากระจกปกติทั่วไป (รีิวิวโดยการทดสอบเปิด-ปิด ประตูเลื่อนเพื่อฟังเสียงภายนอกเปรียบเทียบกันแล้ว  เสียงเงียบลงเยอะมากจริงๆค่ะ)  ส่วนการออกแบบตกแต่งส่วนกลางด้านในจะแน่นความหรูหรา โล่งโปร่งสบาย โครงการพยายามสอดแทรกแนวคิดที่เป็นเรื่องประหยัดพลังงานไปไว้ทุกๆส่วน ตั้งแต่ ระบบรีไซเคิลน้ำ ระบบลิฟต์ที่ควบคุมการใช้พลังงาน ระบบแอร์ที่ควบคุมความเย็น เป็นต้น  เรียกว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่มีอะไรแปลกใหม่ให้พูดถึงกันมากทีเดียว แต่ประเด็นนึงที่อาจจะต้องนึกเผื่อเอาไว้ก็คือระบบเยอะมากขนาดนี้  ในอนาคตเรื่องค่าส่วนกลางที่ 40 บาท อาจจะต้องมีการปรับขึ้นกันบ้าง  ถ้าจะบำรุงรักษาให้เนียนแบบนี้ต่อไปในระยะยาวค่ะ

ตัวโครงการวางแปลนห้องออกมาแล้วห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกตามแนวที่ดินด้านยาว จะมีด้านที่โดนแดดบ่ายเต็มๆ และด้านที่โดนแดดยามเช้า แต่ทั้งนี้ก็วิวโดยรวมก็ถือว่าสวยงามชั้นล่างๆบางจุดก็อาจจะโดนบล็อกวิวด้วยตึกด้านข้าง แต่ก็ชดเชยด้วยส่วนกลางในชั้น 53 ที่เห็นวิวเมืองกรุงเทพได้เทียบเท่าร้านอาหารในโรงแรมหรูๆ เลยค่ะ ส่วนที่ดินว่างด้านข้างโครงการนั้นก็มีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นตึกสูง ยังไงถ้าซื้อด้านทิศตะวันตกก็ต้องดูตรงนี้เผื่อไว้ด้วย

ด้านการวางแปลนนั้นจัดมาได้ดีค่ะ สเปซโดยรวมไม่อึดอัด  ฟังก์ชั่นดี เนื่องจากห้องเล็กสุดก็เริ่มต้นที่ 45 ตารางเมตร ในส่วนของ 1 ห้องนอนนั้น สามารถเลื่อนเปิดปิดผนังที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นได้ พอสเปซสองส่วนรวมกันก็จะได้พื้นที่ที่กว้างมากขึ้นค่ะ จุดเด่นของแปลนของคอนโด Circle 2 อีกอย่างคือ การใส่พื้นที่ห้องเก็บของเข้ามาในทุกๆแบบห้อง ไม่ว่าจะเป็น 1 ห้องนอนขนาดเล็กสุดในโครงการก็ยังมีห้องเก็บของให้ถือว่าตอบโจทย์ปัญหาการไม่มีห้องเก็บของของคนที่อยู่คอนโดได้ดีค่ะ จุดที่แปลกกว่าแปลนโครงการอื่นๆอีกอย่างคือ การมีประตูออกไประเบียง 2 ด้านทั้งประตูบานเลื่อน และประตูบานเปิดด้านข้าง เน้นให้คนมาใช้พื้นที่ด้านนอกเพิ่มมากขึ้น

ด้านวัสดุนั้นให้มาดีในภาพรวมค่ะ ผิวสัมผัสดี เฟอร์นิเจอร์อาจจะไม่ได้ให้มาแบบครบ แต่ก็ Built-in ตู้รองเท้า ตู้เก็บของ รวมถึงชุดครัว และห้องน้ำมาให้ นอกจากนี้ยังมีการทำเอานวัตกรรมต่างๆเพื่อช่วยประหยดพลังงาน และช่วยในเรื่องความปลอดภัย อย่างเช่น เอาความร้อนจากการใช้แอร์ มาอุ่นน้ำทำเป็นน้ำอุ่นอาบ ช่วยประหยัดไฟทำน้ำอุ่น หรือระบบบ้านอัจฉริยะ ด้านพื้นที่ส่วนกลางนั้นให้มาครบ มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สตรีม ซาวน่า จากุซซี่ ห้องอเนกประสงค์ ลู่วิ่งออกกำลังกายรอบส่วนกลาง รวมทั้ง ล็อบบี้ ที่เป็น Double space และการบริการที่มี Reception ให้ตลอด 24 ชั่วโมง และเทรนเนอร์ประจำในฟิตเนสด้วยค่ะ  สัดส่วนการใช้ลิฟต์ที่ 93 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัวนั้นดีมาก  ที่จอดรถ 80% ก็อยู่ในเกณฑ์ดี  มีทั้งแบบอัตโนมัติและแบบปกติค่ะ  สัดส่วนที่จอดรถก็ถือว่าเหมาะสมดี  เพราะคนอยู่ทำเลตรงนี้น่าจะต้องขับรถเป็นหลัก  ถ้าเดินทางโดยรถไฟฟ้าจะเข้าถึงลำบากกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด

Score Summary

สุดท้ายก็ขอจบรีวิวด้วยการให้คะแนนเช่นเคยค่ะ  (อ่านเกณฑ์การให้คะแนนคอนโดมิเนียมที่นี่)

และสามารถเข้าไปเยี่ยมชม Fan Page ของเราเพื่อติดตามรีวิวโครงการบ้านและคอนโดได้ที่  https://www.facebook.com/Yusabuy

Circle Living Prototype

ทุกท่านสามารถสนับสนุนให้อยู่สบายสามารถทำรีวิวออกมาได้เรื่อยๆค่ะ  เพียงแค่เวลาไปดูโครงการบ้านและคอนโดที่ต่างๆ  เพียงช่วยระบุในแบบสอบถามของโครงการว่า ”อยู่สบาย.com” เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ท่านติดตามอ่านอยู่  เวลาทางทีมงานขออนุญาตโครงการต่างๆเข้าไปทำรีวิวจะได้ทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นค่ะ  (^_____^)

 

ถ้าหากว่ารีวิวของเรามีประโยชน์  ช่วยกด Like ด้านล่างสำหรับกำลังใจในการทำรีวิวของทีมงานด้วยนะคะ

ถ้าเห็นว่าไอเดียของเรามีประโยชน์ และเป็นที่ถูกใจชาวอยู่สบาย ช่วย กด LIKE ด้านล่าง สำหรับให้กำลังใจทีมงานด้วยนะคะ ขอบคุณครับ
...

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (4)
  1. ออสก้าอาพาร์ตเม้นต์นี่เจอบุปผาบ้างไหม

  2. ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

    ดูแล้วตั้งใจทำมากเลย ดีมากๆ ดีกว่าของอีกเวบด้วย