“แสนสิริ” เผยกลยุทธ์สร้างแบรนด์ปี 2017 เปิดตัว 6 ฟังก์ชั่นตอบโจทย์ทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ในที่อยู่อาศัย “Complete Your Living Experience”

“แสนสิริ” เผยกลยุทธ์สร้างแบรนด์ปี 2017 เปิดตัว 6 ฟังก์ชั่นตอบโจทย์ทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ในที่อยู่อาศัย “Complete Your Living Experience”

แสนสิริ ปูพรมกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ปี 2017 นำเสนอประสบการณ์อยู่อาศัยสมบูรณ์ผ่านกลยุทธ์ เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน (Complete Your Living Experience) ต่อยอดปรัชญาการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดกว่า 33 ปี เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม รวมถึงการเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่  ประเดิมด้วยการปรับทิศทางของแบรนด์องค์กร ทุ่มงบ50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “Fill Your Life with Good” ชู 6 ฟังก์ชั่นในที่อยู่อาศัยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในแต่ละโครงการ ไฮไลต์เปิดตัว Educational Playground มากกว่าสนามเด็กเล่น ในโครงการที่อยู่อาศัย ครั้งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย และวงการแพทย์ มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดให้แก่ผู้อยู่อาศัยของแสนสิริ

Sansiri Complete Your Living Experience'
นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2560 นี้ บริษัทฯ มีแผนการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ผ่านการสื่อสารทางการตลาดภายใต้กลยุทธ์  เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน Complete Your Living Experience  ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการที่แสนสิริไม่ได้มุ่งพัฒนาแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการสร้างชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าควบคู่กันไป  ภายใต้ความต้องการของลูกค้าที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แบรนด์ของแสนสิริมีความชัดเจนในใจผู้บริโภคว่าทุกอย่างที่เราสร้างสรรค์นั้น ผ่านการคิดและกลั่นกรองมาอย่างละเอียดในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่การคิดผ่านมุมมองของลูกค้า ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายและรวบรวมข้อมูล ว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการในการอยู่อาศัยอย่างไร จึงช่วยให้เราสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยบนมาตรฐานที่เหนือระดับ ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมเสมอมา

“ในวันนี้ แสนสิริพร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่มอายุผู้มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและและแตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น เราจึงทุ่มงบประมาณจำนวน 50 ล้านบาทเพื่อเปิดตัวแคมเปญ “Fill Your Life with Good” ต่อยอดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่เน้นเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มจากการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแนวคิดที่ว่าดีไซน์สวยงามต้องมาพร้อมกับประโยชน์การใช้งานได้จริง (Aesthetic Functionality) พร้อมทั้งตอกย้ำว่า แสนสิริเป็นผู้บุกเบิกในตลาดอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้นำในด้านการส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านแสนสิริทุกกลุ่ม ผ่านการศึกษาและวิจัยความต้องการของลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยทีมแสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเม้นต์ (DSD) และทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เพื่อนำมาพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด โดยในปีนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการ ผ่าน 6 ฟังก์ชั่นที่อยู่อาศัย ที่จะตอบทุกโจทย์ของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว” นายอุทัย กล่าวเพิ่มเติม

Sansiri แสนสิริ

สำหรับ 6 ฟังก์ชั่นที่เป็นตัวอย่างของการที่แสนสิริออกแบบและจัดสรรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้อยู่อาศัยในแต่ละโครงการนั้นได้แก่

  1. Underwater Music เป็นทั้งสระน้ำ เป็นทั้งเวที สระว่ายน้ำพร้อมระบบเสียงเพลงใต้น้ำให้ผู้อยู่อาศัยได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างต่อเนื่องแม้ในระหว่างที่คุณว่ายน้ำ
  2. Co-Kitchen Space ครัวส่วนกลาง ที่ทำได้มากกว่าอาหาร เพราะสามารถเป็นพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ได้ หรือหากอยากจัดปาร์ตี้ขนาดใหญ่ก็สามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางสำหรับปาร์ตี้ปิ้งย่าง บาร์บิคิว หรือใช้เป็นสถานที่สังสรรค์กับเพื่อน ฯลฯ
  3. Private Parking Space เป็นบ้านของสิ่งที่ผมรัก ที่จอดรถที่ออกแบบเป็นพิเศษ ทำให้สามารถมั่นใจได้ในทุกองศาการเลี้ยวไม่ว่าจะเป็นรถสูง ต่ำ กว้าง หรือแม้แต่ซุปเปอร์คาร์ก็สามารถจอดได้ พร้อมช่องจอดรถที่ออกแบบให้พื้นที่กว้างเป็นพิเศษพร้อมการจัดไฟให้เปรียบเหมือนโชว์รูมส่วนตัว
  4. Cooliving Designed Home เย็นสบายไม่ต้องเปิดแอร์ นวัตกรรมที่แสนสิริคิดขึ้น ประกอบด้วย “Solar Attic” ระบบพัดลมและช่องระบายอากาศใต้หลังคาโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดความร้อนใต้หลังคา ทำให้ภายในตัวบ้านเย็นลง และลดการสะสมของเชื้อโรค “Breeze Panel” ช่องระบายลมช่วยถ่ายเทและระบายอากาศภายในตัวบ้าน “Shading screen” ระแนงกันแดดที่ออกแบบโดยดูจากทิศทางของบ้านและออกแบบให้เหมาะกับแต่ละทิศ “Texture Wall”  ผนังบ้านที่มี Texture ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่ตกกระทบพื้นผิว “Roof shade” ฝ้าชายคาหรือหลังคาที่ยื่นยาวเป็นพิเศษ ช่วยป้องกันแสงแดด รวมถึง “UV Shield Color” สีกันความร้อนและกระจกเขียวตัดแสง ซึ่งช่วยถ่ายเทอากาศภายในตัวบ้านและลดอุณหภูมิภายในบ้าน ทำให้ทุกมุมของบ้านอยู่สบาย
  5. Panoramic View Fitness เป็นฟิตเนสเพื่อเพิ่มความสดชื่น ด้วยวิว 180 วงศาโดยการดีไซน์กระจกกว้างสามารถสัมผัสวิวธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
  6. Educational Playground มากกว่าสนามเด็กเล่น ออกแบบเพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายโดยพัฒนากล้ามเนื้อสำคัญของขา ส่วนบน ส่วนล่าง เพิ่มความสามารถในการจับการใช้กำลังแขน ผ่านการปีนป่าย การเขย่ง การปีนป่าย การกระโดด และช่วยเพิ่มพูนพัฒนาการของสมอง ในด้านทักษาะการตัดสินใจ รวมถึงการแก้ปัญหาผ่านการเล่นเกมส์ ซึ่งทางแสนสิริได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ในด้านของการเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและแนะนำเรื่องการใช้วัสดุให้ปลอดภัยในสนามเด็กเล่น
นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ หนึ่งในทีมงานฝ่ายแสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเมนท์  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ หนึ่งในทีมงานฝ่ายแสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเมนท์  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ หนึ่งในทีมงานฝ่ายแสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเมนท์  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับ “Educational Playground มากกว่าสนามเด็กเล่น” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 ฟังก์ชันที่เราเปิดตัวในวันนี้ นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยในการฉีกแนวคิดเดิมของสนามเด็กเล่นภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้เป็น “มากกว่าสนามเด็กเล่น” โดย Educational Playground เกิดจากการที่แสนสิริศึกษามาแล้วว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่แสนสิริให้ความสำคัญ โดยลูกค้ากลุ่มนี้กำลังต้องการโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กๆ  ประกอบกับแรงบันดาลใจจากสนามเด็กเล่นในโครงที่อยู่อาศัยในต่างประเทศที่มีการผนวกเอากิจกรรมลงไปไม่ได้มีเฉพาะแต่เครื่องเล่นเท่านั้น  รวมทั้งโครงการที่มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กอย่างจริงจังนั้น อาจยังมีไม่มากในประเทศไทย จึงนับว่าเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีสนามเด็กเล่นลักษณะนี้เกิดขึ้นในโครงการที่อยู่อาศัย โดยทีมแสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเม้นต์ (DSD) และทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) ได้ร่วมกันพัฒนา โดยได้รับคำปรึกษาจากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเด็กอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช โดยเราศึกษาพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยตั้งแต่วัย 2 ขวบจนถึงวัยประถม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีสนามเด็กเล่นลักษณะนี้ตั้งอยู่ในโครงการที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง โดยปัจจุบันได้มีโครงการนำร่องอยู่ที่ โครงการคณาสิริ รังสิต คลองสอง, โครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า กาญจนา และโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต เช่น โครงการบุราสิริ วัชรพล และ โครงการบุราสิริ ราชพฤกษ์ 345 เป็นต้น โดยแสนสิริได้เตรียมงบประมาณ ไว้ถึง 20 ล้านบาทในการพัฒนา Educational Playground ในโครงการต่าง ๆ ของปีนี้ ซึ่งเชื่อมั่นว่า จะสามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยในด้านร่างกายและช่วยเพิ่มพูนทักษะในการตัดสินใจให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่”

นพ.วสุ  กำชัยเสถียร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช
นพ.วสุ  กำชัยเสถียร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช

นพ.วสุ  กำชัยเสถียร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช กล่าวว่า “โรงพยาบาลสมิติเวชและแสนสิริต่างให้ความสำคัญต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี  และในปัจจุบันเป็นยุคของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับพัฒนาการของลูก   การร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่าง “แสนสิริ” เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสนามเด็กเล่นที่มีมาตรฐานและใส่ใจในทุกรายละเอียดตามพัฒนาเด็กอย่างEdutainment Playground ภายในโครงการนำร่องของแสนสิริ โดยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางพัฒนาการเด็กของ “สมิติเวช”  สำหรับแนวคิดการออกแบบเครื่องเล่นที่สมิติเวชได้สร้างสรรค์ร่วมกับแสนสิรินั้น  เราต้องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการเล่น และสามารถเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวไปในตัว ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการกระตุ้นพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสมผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสนามเด็กเล่น ตลอดจนสามารถดูแลลูกด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด และเน้นให้เด็ก ๆ ได้ออกกำลังทางความคิดพร้อมเพิ่มพูนทักษะและไหวพริบในการตัดสินใจผ่านการฝึกก้าว ปีนป่าย การเขย่ง การกระโดด ตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีสมวัย”

นายอุทัย กล่าวปิดท้ายว่า “แสนสิริตั้งงบประมาณสำหรับแคมเปญนี้ไว้กว่า 50 ล้านบาท โดยในปีนี้จะเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อให้เจาะกลุ่มผู้บริโภคได้โดยตรง เพราะในปัจจุบัน ผู้บริโภคเปิดรับสารผ่านสื่อดิจิทัลกันมากขึ้น และยังสอดรับกับนโยบายของบริษัทในการเป็น Digital Transformation เพื่อตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบในไทย และก้าวสู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายและเพิ่มความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริที่มีในกลุ่มลูกค้าได้อย่างแน่นอน”

ถ้าเห็นว่าไอเดียของเรามีประโยชน์ และเป็นที่ถูกใจชาวอยู่สบาย ช่วย กด LIKE ด้านล่าง สำหรับให้กำลังใจทีมงานด้วยนะคะ ขอบคุณครับ
...

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)