ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (Lalin Property) เผยแผนธุรกิจปี 62 ขายตลาดแนวราบ ตั้งเป้าเปิด 8-10 โครงการ เติบโต 15%

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (Lalin Property) เผยแผนธุรกิจปี 62 ขายตลาดแนวราบ ตั้งเป้าเปิด 8-10 โครงการ เติบโต 15%

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยแผนธุรกิจปี 2562 ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่า 4,000-4,500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 5,300 ล้านบาท เติบโต 15%  และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้  แม้จะเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยต่างๆ

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (ภาพที่ 7)

 

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) คาดว่า ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมจะเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 4-4.3%  มีปัจจัยจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐในประเทศ แต่ทั้งนี้ตลาดก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ทั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ย, ผลกระทบจากมาตรการควบคุม LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ที่คาดว่าจะอยู่ไปอีก 2-3 ปี  ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2562 ได้

ซึ่งในปี 2562 นายไชยยันต์ มองว่าผู้ประกอบการควรลดจำนวนสต็อกสินค้าไม่ให้มีมากเกินไป  และควบคุม D/E Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำ  ซึ่งผู้ประกอบการรายเล็กควรปรับปรุงประสิทธิภาพของการแข่งขัน  เพราะปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการปล่อยกู้จากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่อาจจะทำได้ยากขึ้นด้วย  เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ประมาณ 76%  แต่บริษัทก็ยังคาดการณ์ตลาดไว้ว่าอสังหาฯ แนวราบยังน่าจะโตได้อีก เนื่องจากเป็นตลาด Real Demand ที่ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้า ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มที่จะชะลอตัวลงจาก Supply ที่ล้นตลาด

 

ศุภาลัย (ภาพที่ 11)

สำหรับแผนธุรกิจของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (Lalin Property) ในปี 2562 นั้นได้มีการปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดอสังหาฯ ได้มากขึ้น โดยบริษัทจะมุ่งไปที่ตลาดแนวราบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเป็นหลัก คิดเป็น 80% ของโครงการใหม่ในปีนี้ เนื่องจากตลาดมีการขยายตัวได้ดี ในขณะที่อีก 20% ลลิล พร็อพเพอร์ตี้จะไปเจาะตลาดในหัวเมืองใหญ่ ทั้งด้านอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

ศุภาลัย (ภาพที่ 12)

 

 

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ลลิลจะลงทุนในปีนี้โดยเน้นที่โครงการมิกซ์ยูสแบรนด์ ลลิล ทาวน์ (Lalin Town) เป็นหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกวัย

นอกจากนี้บริษัทยังลงทุนในแบรนด์ Lanceo ซึ่งเป็นแบรนด์บ้านเดี่ยว และบ้านแนวคิดใหม่โครงการเรือธงของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มในบางทำเล  รวมถึงโครงการทาวน์โฮมแบรนด์ Lio อีกด้วย  โดยตั้งเป้าขยายโครงการใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่า 4,000-4,500 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,300 ล้านบาท  และตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ 4,650 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% จากปี 2561

ลลิลตั้งงบซื้อที่ดินในปี 2562 ไว้ 1,000 ล้านบาท จากกระแสเงินสดและการออกหุ้นกู้  เนื่องจากปัจจุบันลลิลยังมี D/E Ratio ค่อนข้างต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่มาก

 

ศุภาลัย (ภาพที่ 13)

ในส่วนของการพัฒนาบ้านให้ตอบโจทย์ในยุค 4.0 ทาง Lalin Property ได้ใช้ข้อมูลจาก Big Data เข้ามาช่วยในการพัฒนาโครงการต่างๆ โดยดึงเอาความต้องการในด้านต่างๆของลูกค้าออกมาสร้างเป็นบ้านเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า นอกจากนี้บริษัทยังคงมุ่งบริการหลังการขาย (CRM) ในรูปแบบ Lalin 4.0 Connectivity โดยเจาะไปใน 2 ทิศทาง คือ

  • การดูแลลูกค้าหลังการขาย โดยการสร้างช่องทางสื่อสารระหว่างลูกค้ากับบริษัทได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถแจ้งปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีระบบติดตามขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้มากขึ้น
  • การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยบริษัทได้นำเอา data มาใช้ในการออกแบบกิจกรรมต่างๆ แคมเปญต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความสนใจของลูกค้ามากขึ้น ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง

 

ศุภาลัย (ภาพที่ 14)

ในปี 2561 ที่ผ่านมา ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัวโครงการใหม่ไป 7 โครงการ โดยสามารถทำยอดขายไปได้กว่า 6 พันล้านบาท และยอดรับรู้รายได้กว่า 4 พันล้านบาท

ถ้าเห็นว่าไอเดียของเรามีประโยชน์ และเป็นที่ถูกใจชาวอยู่สบาย ช่วย กด LIKE ด้านล่าง สำหรับให้กำลังใจทีมงานด้วยนะคะ ขอบคุณครับ
...

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)