LPN ผนึก SF ต่อยอดชุมชนน่าอยู่-สร้างมอลล์ในคอนโดใหม่

· ~ 1 min read

นาย ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า LPN ได้ลงนามกับพันธมิตรธุรกิจคือกลุ่มสยามฟิวเจอร์ (SF) ภายใต้โครงการพัฒนาคอมมิวนิตี้มอลล์แห่งใหม่ในโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัท แบรนด์ “ลุมพินี ทาวน์ชิป” ทำเลรังสิตคลอง 1 ในอนาคตมีโอกาสขยายผลที่กลุ่มเอสเอฟจะเป็นผู้พัฒนามอลล์ในโครงการอื่น ๆ ต่อไป

4-11-2013 9-25-51 AM

ทั้งนี้ คอนโดฯแบรนด์ “ลุมพินี ทาวน์ชิป” ถือเป็นโปรเจ็กต์มาสเตอร์พีซอีกครั้งของค่าย LPN เนื่องจากพัฒนาโครงการเดียวมีห้องชุดจำนวนรวมถึง 10,000 ยูนิตโดยประมาณ สร้างบนพื้นที่รวมประมาณ 100 ไร่ ราคาห้องชุดเริ่มยูนิตละ 6-7 แสนบาท โดยจะกันพื้นที่ด้านหน้าโครงการฝั่งติดถนน เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่สำหรับพัฒนาเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์

“ลุมพินี ทาวน์ชิปจะเป็นโครงการคอนโดฯที่มีรูปแบบจะเป็นเมืองขนาดย่อม เพราะจะมีผู้เข้าอยู่อาศัย 10,000 ครอบครัว คูณสองเข้าไปก็จะตกไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน ขณะเดียวกัน ทำเลที่สร้างมอลล์อยู่ด้านหน้าโครงการ ทำให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วไปจากภายนอกโครงการคอนโดฯได้ด้วย”

นาย ทิฆัมพรกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ LPN เพิ่งจะลงนามเป็นพันธมิตรธุรกิจกับเครือข่ายร้านอิ่มสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น ในการลงทุนเปิดร้านเซเว่นฯภายในคอนโดฯเครือลุมพินี โครงการความร่วมมือกับกลุ่มเอสเอฟจึงเป็นการต่อยอดคอนเซ็ปต์ “ชุมชนน่าอยู่” ซึ่งเป็นจุดขายหลักของ LPN สำหรับโครงการขนาดใหญ่

นายนพพร วิฑูรชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนลงทุนครั้งนี้ กลุ่มเอสเอฟเป็นผู้เช่าพื้นที่ 7 ไร่ พัฒนามอลล์ด้านหน้าโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป ตามแผนที่วางไว้คาดว่าจะมีพื้นที่ขาย 8,000-10,000 ตารางเมตร มูลค่าลงทุน 300-400 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะเป็นลูกค้าระดับบีขึ้นไป ซึ่งกลุ่มเอสเอฟไม่ได้มองเพียงให้บริการกับลูกค้าที่พักอาศัยในคอนโดฯเพียง อย่างเดียว แต่ทำเลที่ได้พื้นที่ด้านหน้าโครงการ ติดถนนใหญ่สามารถดึงดูดลูกค้าทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้ด้วย

“แผน ธุรกิจทั่วไปสำหรับโครงการมอลล์ 1 แห่ง จะมีรัศมีการตลาดประมาณ 1.5 กิโลเมตรจากที่ตั้งโครงการ หรือประมาณมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 25,000 หลังคาเรือน เมื่อพิจารณาจากค่ามาตรฐานการลงทุนแล้ว คอนโดฯลุมพินี ทาวน์ชิปตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะคำนวณแค่ผู้พักอาศัยในคอนโดฯ ก็น่าจะเป็นฐานลูกค้าไม่ต่ำกว่า 40% จากการคำนวณว่ามาใช้บริการมอลล์เดือนละ 6-8 วัน” นายนพพรกล่าว

credit

ที่มาข่าวและภาพ  :  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์  :  10 เมษายน 2556
http://www.prachachat.net

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)
back to top