โดยปัจจุบันสำหรับ เฟสที่ 1 ได้ส่งมอบให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว, เฟสที่ 2 ขายหมดเรียบร้อยแล้วและดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 70%
ส่วนเฟสที่ 3-4 จำนวน 62 ยูนิต จะเป็นเฟสที่ให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสบรรยากาศและร่วมทำกิจกรรมภายในครอบครัว ท่ามกลางสวนกลางเมืองและริมน้ำสุดคลาสสิค ที่ประกอบไปด้วย ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 44 ยูนิต (ราคาเริ่มต้น 14.5 ลบ.) และคอนโดมิเนียม จำนวน 18 ยูนิต ขนาด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 68-317 ตร.ม. (ราคาเริ่มต้น 11.5 ลบ.) มูลค่ารวมประมาณ 1,828 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2563 โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายในช่วงเปิดโครงการเฟสที่ 3-4 สำหรับทาวน์โฮม ประมาณ 80-90% และคอนโดมิเนียม ประมาณ 50%

นอกจากในเรื่องของความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีอยู่มากในเมือง Geelong ทางบริษัทฯ จึงได้ลงทุนพัฒนาโครงการ Balmoral Quay (Rippleside) ต่อเนื่องในเฟสที่ 5 โดยมีจุดเด่นทั้งทำเลและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากเฟสอื่นๆ ในโครงการ เพราะจะทำเป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น จำนวน 77 ยูนิต ขนาด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 55-112 ตร.ม. มูลค่ารวมประมาณ 1,248 ล้านบาท (ราคาเริ่มต้น 18.7 ลบ.) พร้อม Facility และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย รวมถึงจัดพื้นที่ชุมชนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย โดยมีทางเข้าออกทั้งจากระดับชั้นล่าง และชั้น 3 ของอาคาร รูปแบบอาคารออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิประเทศและสวนสาธารณะที่อยู่ข้างเคียง

ที่สำคัญตัวอาคารตั้งอยู่บนส่วนที่สูงที่สุดของแปลงที่ดิน ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถสัมผัสทัศนียภาพของทั้ง Rippleside Beach และ Rippleside Park อย่างชัดเจน ใกล้กับแหล่งงาน และเดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟและรถโดยสาร โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2565