“ลุมพินี วิสดอม” เผย Smart Residence ตอบโจทย์ในยุคหลัง COVID-19 เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 40% ต่อปี เน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เป็นหัวใจสำคัญ

· ~ 1 min read

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันว่า หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้มีการพัฒนาการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตแบบ Now Normal

Smart Residence
คุณประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

จากการศึกษาของ IDC สถาบันวิจัยด้านการตลาดของสหรัฐฯ และบริษัท เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิซิเนส มีเดีย จำกัด สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทั่วโลกให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยเข้ามาใช้ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในรูปแบบของบ้านอัจฉริยะหรือ Smart Residence มากขึ้น

รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่มีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยจากการวิจัยของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ “ลุมพินี วิสดอม” พบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยโดยคำนึงถึง ปัจจัย ประกอบด้วย  

  • พื้นที่ใช้สอยและวัสดุ (Function & Material) 
  • การออกแบบโดยให้ความสำคัญกับสุขอนามัย (Health)  
  • เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย (Smart Living Technology) 

Smart Residence

โดยที่ Smart Residence เป็น ใน ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ 

พื้นที่ใช้สอยและวัสดุในแบบ Multifunctional Space  

  • ในปัจจุบันบ้านเป็นทั้งที่ทำงานและสถานที่พักผ่อนไปพร้อมกัน จึงต้องออกแบบให้มีพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยในพื้นที่ได้ในแบบ Multifunctional Space
  • ในขณะเดียวกันการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัย จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การระบายอากาศที่ดี หรือแม้แต่ปริมาณแสงธรรมชาติที่เข้ามาภายในพื้นที่ใช้สอยนั้นๆ เช่น พื้นที่ครัวโดยเฉพาะครัวไทย ที่ต้องใช้วัสดุที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย กันน้ำได้ดี และระบายอากาศได้ง่าย หรือพื้นที่อ่านหนังสือ-พื้นที่นั่งเล่นที่ต้องการปริมาณแสงธรรมชาติมากกว่าห้องนอน เป็นต้น  

Smart Residence

การออกแบบโดยให้ความสำคัญกับสุขอนามัย (Health)  

  • เช่น ระบบช่วยลดไวรัสและแบคทีเรียภายในอากาศ โดยใช้ประจุบวกและลบ ซึ่งมีประสิทธิภาพการกำจัดได้ถึง 99ระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศภายในบ้าน ที่ช่วยทำให้อากาศถ่ายเทแม้จะปิดประตูหน้าต่างอยู่ก็ตาม
  • รวมถึงนวัตกรรมทางด้านวัสดุที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ เช่น สีทาบ้าน Low VOCs ซึ่งได้รับการรับรองว่ามีการปล่อยสาร VOCs หรือสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระดับต่ำ หรือลามิเนตที่ป้องกันแบคทีเรียและไวรัส เป็นต้น
  • พื้นที่สีเขียวภายในบ้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมสุขภาพทางด้านจิตใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย ดังนั้นการออกแบบที่อยู่อาศัยจึงควรมีพื้นที่สวนเล็กๆ ภายในบริเวณบ้าน หรือมีพื้นที่ปลูกต้นไม้ที่ระเบียงที่สามารถมองเห็นได้จากภายในห้อง  

เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย (Smart Living Technology)  

  • หัวใจสำคัญคือ การสร้างความสะดวกสบายและ ความปลอดภัยในการอยู่อาศัย  
  • Home Automation เชื่อมต่อเข้ากับระบบสั่งการต่างๆ ทั้งทางเสียง หรือ  แอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อควบคุมการทำงานของระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด ระบบเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เซนเซอร์ที่ประตู-หน้าต่าง Digital Door Lock เป็นต้น โดยที่อุปกรณ์ต่างๆจะสามารถควบคุมได้ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ Home Automation ภายในบ้าน และเมื่อเกิดเหตุก็จะส่งสัญญาณเตือนมาที่โทรศัพท์ของผู้ใช้งาน  

Smart Residence

Smart Residence ถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย และตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากปัจจัยเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตแล้ว การพิจารณาข้อดีและข้อเสียในการเลือกที่อยู่อาศัยที่มีเทคโนโลยีที่เสถียรในระดับราคาที่จับต้องได้ อย่างเหมาะสมและสมดุลกับตนเอง 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)
back to top