Whizdom The Forestias คอนโดที่ชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ในอาณาจักร The Forestias by MQDC

· 5 min read

.

.

“คุณภาพชีวิตที่ดีเป็นแบบไหน ?”

.

.

ผมเชื่อว่าคนเมืองจำนวนมากคงเคยตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องนี้ หลายคนคงเคยจินตนาการถึงที่อยู่อาศัยในฝันที่เติมเต็มคุณภาพชีวิตในหลากหลายมิติ ยิ่งถ้าได้มีสัตว์เลี้ยงคู่หูที่อยู่เป็นเพื่อนก็คงจะดีไม่น้อย ที่อยู่อาศัยที่ดีจึงอาจไม่ใช่เพียงห้องที่ล้อมรอบด้วยผนังคอนกรีต 4 ด้าน แต่ต้องรวมถึงบริบทแวดล้อมโดยรอบที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย

Whizdom The Forestias Petopia

 

Whizdom The Forestias: Petopia เป็นคอนโดมิเนียมที่พัฒนาขึ้นมาจากโจทย์ที่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยภายในห้องหรือสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เพราะภายในภาพรวมของโครงการ The Forestias มีพื้นสีเขียวขนาดใหญ่ ที่ช่วยสร้างสัมผัสร่วมกับธรรมชาติในการอยู่อาศัย มีออกซิเจนบริสุทธิ์และต้นไม้ใหญ่น้อยพันธุ์ พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกในต่างๆ ในการใช้ชีวิตอย่างครบถ้วน สมเป็นเมืองระดับ World Class

 

Whizdom The Forestias

 

บทความนี้ตั้งใจรีวิว Whizdom The Forestias: Petopia ครั้งแรกกับคอนโดที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างมีความสุข ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้เราจะพาไปรู้จักกับ Whizdom The Forestias ให้ดียิ่งขึ้นว่าทำไมโครงการนี้จึงเป็นคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ “คุณภาพของการใช้ชีวิต” ได้อย่างน่ารื่นรมย์

The Forestias

Whizdom The Forestias เป็นคอนโดมิเนียมสูง 3 อาคาร ที่เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรโครงการ The Forestias by MQDC (เดอะ ฟอเรสเทียส์ บาย เอ็มคิวดีซี) ตั้งอยู่บนที่ดินแปลงใหญ่เกือบ 400 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม.7 ฝั่งขาเข้าครับ โครงการนี้เป็น Flagship Project ของทาง MQDC ซึ่งเป็นที่ฮือฮามากตอนแถลงข่าวการพัฒนาโครงการ เป็นหนึ่งในโปรเจคการพัฒนาอสังหาฯ สำหรับที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พัฒนาพื้นที่แบบ Mix-used หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม, โรงแรม, ศูนย์การค้า รวมถึงศูนย์การแพทย์ในอนาคต รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 56 % และพื้นที่ป่ากว่า 30 ไร่ ที่สร้างเป็นระบบนิเวศภายในขึ้นมา ทำให้มีรายละเอียดและความซับซ้อนเยอะมากและมีเรื่องราวให้พูดถึงได้อย่างมากมายครับ

แผนที่ The Forestias

 

ภายในพื้นที่ 398 ไร่ ของ The Forestias by MQDC มีที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบรองรับความต้องการของคนแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันไป แต่หนึ่งในนั้นคือ Whizdom The Forestias ที่จะเล่าให้ฟังกันในบทความนี้ครับ

 

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 63)

 

คอนโด Whizdom The Forestias  จะมีทั้งหมด 3 อาคาร แต่แบ่งเป็น 2 โครงการครับ  ตึกทางขวาและตรงกลางชื่อว่า Destinia และ Mytopia เป็นโครงการเดียวกันทำมารองรับกลุ่มครอบครัว  ส่วนตึกทางซ้ายสุดคือ Petopia  มีความพิเศษคือเป็นคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้  ออกแบบให้เป็น Pet friendly เพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน

จากภาพด้านล่างจะเห็นทางเข้าทั้ง 2 โครงการ แยกออกจากกันชัดเจน  แยกการบริหารนิติบุคคลออกจากกันครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 65)

 

พื้นที่ส่วนโพเดียมของอาคาร Destinia และ Mytopia จะเชื่อมต่อและใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน  ส่วนอาคาร Petopia ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางเป็นของตัวเองเนื่องจากสัตว์เลี้ยงจะสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ด้วยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 66)

 

พื้นที่ส่วนกลางของอาคาร Whizdom Destinia และ Mytopia

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 64)

 

ส่วนนี้เป็นของอาคาร Whizdom Petopia ซึ่งเดี๋ยวจะค่อยๆ เล่าให้ฟังกันครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 69)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 68)

 

แต่ไม่ว่าเราจะอยู่อาคารไหน เราก็จะเห็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบ และโดยเฉพาะในทิศใต้ก็จะมองเห็นพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 30 ไร่ที่อยู่ใจกลาง The Forestias เป็นพื้นที่สีเขียวที่ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบที่ประเมินค่าไม่ได้เลยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 67)

 

จากในโมเดลเราจะเห็นอาคารพาวิเลียนตรงกลาง  ใช้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากด้วงกว่างช้าง  เป็นอาคารที่รูปทรงเด่นสะดุดตาชนิดที่เห็นครั้งแรกก็จำได้เลย  อาคารพาวิเลียนนี้จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ห้อมล้อมด้วยต้นไม้และป่าธรรมชาติ  สนามด้านหน้าเป็นพื้นที่ของ Town center  ภายในตัวอาคารจะมีการจัดนิทรรศการต่างๆ ที่สามารถให้คนภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ไปด้วยได้ด้วยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 73)

 

พื้นที่ส่วนพักอาศัยต่างๆ ภายในโครงการจะล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและพรรณไม้หลากหลาย รวมถึงสัตว์และแมลงต่างๆ ที่ช่วยกันสร้างระบบนิเวศที่สมดุล  ใครนึกภาพไม่ออกลองนึกถึงศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติป่าในกรุงของ ปตท. แต่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่ามากครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 75)

 

WHIZDOM THE FORESTIAS : PETOPIA TOWER

 

บ้านแห่งใหม่สำหรับเพื่อนตัวน้อย

 

 

อย่างที่เล่าให้ฟังว่า The Forestias เป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมารองรับคนทุกช่วงวัยที่มีความชอบและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย แต่สำหรับคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ Whizdom The Forestias Petopia น่าจะเป็นคำตอบของที่คอนโดมิเนียมที่สามารถให้คนได้อยู่ร่วมกันกับสัตว์เลี้ยงได้แบบสะดวกสบายหมดกังวลด้วยฟังก์ชันต่างๆ ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานทั้งคนและสัตว์เลี้ยงครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 11)

 

Petopia Building

 

Tower PETOPIA
ผู้พัฒนาโครงการ

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ที่ตั้ง ถนนบางนา-ตราด กม.7 ฝั่งขาเข้า
ขนาดที่ดิน 2-0-89.9 ไร่
จำนวนอาคาร 1 อาคาร
จำนวนชั้น 43 ชั้น
จำนวนยูนิต 294 ยูนิต
จำนวนยูนิตสูงสุดต่อชั้น 9 ยูนิต
ประเภทห้อง
  • 1 Bedroom : 34 – 44 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom : 58 – 79 ตารางเมตร
  • 3 Bedroom : 97 – 99 ตารางเมตร
  • Duplex  : 64 – 164  ตารางเมตร
  • Penthouse : 154 – 206  ตารางเมตร
  • Forest Duplex Penthouse : 73 – 128 ตารางเมตร
เพดานสูง 2.80 เมตร
ที่จอดรถ 98 % (Automated & Conventaional Parking)
 ราคาขายเริ่มต้น 

1 ห้องนอน เริ่ม 5.3 ล้านบาท

2 ห้องนอน เริ่ม 8.6 ล้านบาท

3 ห้องนอน เริ่ม 15.9 ล้านบาท

Duplex เริ่ม 11.9 ล้านบาท

Forest Duplex เริ่ม 13.6 ล้านบาท

Penthouse เริ่ม 26.7 ล้านบาท

 ราคาเฉลี่ย เริ่มต้นที่ประมาณ 132,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม.
คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2567

 

 

อาคาร Whizdom Petopia เป็นอาคารที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมีเพียงแค่ 294 ยูนิต แต่ละชั้นจำนวนยูนิตสูงสุดแค่ 9 ยูนิต เท่านั้นครับ

Petopia แปลน 1

Petopia แปลน 2

เราพาไปดูห้องแบบ  1 ห้องนอน 42.79 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องที่มีจำนวนเยอะสุดในอาคารกันครับ  มีนายแบบเจ้าของห้องมาแจมด้วยน้า

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 18)

 

แปลนห้องออกแบบมาได้กว้างขวาง อยู่สบาย  ด้วยความสูงฝ่าเพดาน 2.8 เมตร  รวมถึงกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวป่าในโครงการเข้ามาช่วยให้ห้องโปร่ง โล่ง

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 31)

 

สามารถจัดสรรพื้นที่ออกมาได้เป็นสัดส่วน  มีพื้นที่สำหรับคนและสัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 26)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 29)

 

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 16)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 06)

 

พื้นที่ครัวในห้องเป็นครัวปิด  Built-in มาให้เรียบร้อยพร้อมติดตั้ง Hob & Hood ของ Franke ให้ท้อปเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินควอทซ์สวยงาม  ผิวสัมผัสดีมากครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 27)

 

ลองสังเกตตำแหน่งของปลั๊กไฟนะครับ  โครงการจะยกสูงขึ้นมาจากระดับพื้นปกติเพื่อป้องกันอันตรายการจากที่สัตว์เลี้ยงไปแหย่เล่นด้วย  พื้นในห้องเป็นกระเบื้องยาง SPC ไม่ลื่นและเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในอนาคตครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 23)

 

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 01)

 

 

เข้ามาดูภายในห้องน้ำ  พื้นที่ด้านในกว้างและแบ่งเป็นสัดส่วนดีมาก  มีพื้นที่ว่างหน้าเคาน์เตอร์เอาไว้พอสมควรเพื่อจะต้องวิ่งไล่จับน้องตอนอาบน้ำด้วย ^^

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 25)

 

ม้านั่งตรงนี้พับเก็บได้  ห้องน้ำนี้เตรียมมาสำหรับให้อาบน้ำสัตว์เลี้ยงได้  ใช้ Floor drain แบบ 3 ชั้น สามารถกรองขนสัตว์ช่วยให้ท่อไม่อุดตันครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 14)

 

ที่นั่งแข็งแรงรับน้ำหนักน้องๆ กับเจ้าของได้เลย  ติดตั้งฝักบัวอาบน้ำสัตว์เลี้ยงและ Hook สำหรับเกี่ยวสายคล้องเอาไว้ให้ครับ

Whizdom The Forestias (ภาพที่ 87)

 

ฝักบัวอาบน้ำของสัตว์เลี้ยงติดตั้งไว้ระดับที่เหมาะสมเวลาใช้งานรวมถึงสามารถกดเปิดได้ด้วยมือเดียวโดยใช้อีกมือจับสัตว์เลี้ยงเอาไว้ครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 09)

 

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 10)

 

เข้ามาดูภายในห้องนอนกันบ้าง  สามารถวางเตียงขนาดใหญ่แล้วยังเหลือพื้นที่รอบเตียงพอสมควรครับ   ที่สำคัญคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่  โดยกระจกในห้องนอนและส่วนที่ติดกับอากาศภายนอกมีความพิเศษกว่าคอนโดทั่วไปเพราะใช้เป็นกระจก Insulated Glass Unit (IGU) เป็นกระจก 2 ชั้น ที่มีช่องอากาศ (Air gap) ตรงกลาง  ซึ่งจะเป็นตัวช่วยลดความร้อนและเสียงที่เข้าสู่ภายในห้องได้เป็นอย่างดีครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 33)

 

นอกจากนั้นภายในห้องโครงการติดตั้งเครื่อง ERV (Energy Recovery Ventilator) มาให้  โดยเครื่องนี้จะทำงานอัตโนมัติมีเซนเซอร์สำหรับตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมถึงค่า VOCs (Volatile Organic Compounds) ภายในห้องไม่ให้เกินมาตรฐาน  และทำการหมุนเวียนอากาศกับภายนอกเพื่อปรับสมดุลของอากาศให้เหมาะสม  รวมถึงมีฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM2.5 และ PM10 ด้วยครับ

ERV

 

นอกจากนั้นก็มีระบบ Home Automation ช่วยอำนวยความสะดวกพื้นฐานในการใช้ชีวิตครับ

ERV

 

มาถึงไฮไลท์อีกจุด  โครงการทำ Wicket door และ Pet cage เอาไว้ตรงระเบียง  สัตว์เลี้ยงสามารถวิ่งเข้าออกเองได้เวลามาขับถ่าย  ช่วยให้กลิ่นไม่สะสมภายในห้องรวมถึงให้น้องๆ สามารถสูดอากาศภายนอกห้องได้โดยที่เจ้าของไม่ต้องกังวลหรือกลัวว่าจะพลัดตกระเบียงไป

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 19)

 

Wicket door

 

Wicket door ที่เข้าและออกจากในห้องไปยังกรงที่ระเบียงด้านนอก  น้องหมาน้องแมวสามารถเดินผ่านเข้าออกได้เลย  ส่วนบัวเชิงผนังที่พื้นจะออกแบบพิเศษเพื่อลดการสะสมของขนสัตว์เลี้ยงด้วยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 07)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 21)

 

กรงด้านนอกจะมีประตูเปิดเพื่อทำความสะอาดได้ด้วย

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 30)

 

นอกจากนั้นบริเวณหน้าห้องจะมี Hook สำหรับคล้องสายจูง

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 15)

 

สังเกตตรงที่คล้องว่าจะไม่มีปลายแหลมยื่นออกมา  เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกี่ยวแขนคนที่เดินผ่านครับ และด้วยดีไซน์แบบนี้ จะยังมีความยืดหยุ่นเวลาสัตว์เลี้ยงขยับไปมา โดยที่เค้าจะไม่รู้สึกว่าถูกรั้งคอจนเกินไปอีกด้วยครับ

Hook

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ดีคือประตูทางเข้าห้องที่ติดกับโถงทางเดินกลางเป็น Door seal ออกแบบขอบยางช่วยป้องกันเสียงได้   เวลาสัตว์เลี้ยงห้องอื่นส่งเสียงดังก็จะไม่ได้ยินเสียงเข้ามาในห้องเรา เช่นเดียวกันกับป้องกันไม่ให้เสียงจากสัตว์เลี้ยงของเราไปรบกวนเพื่อนบ้านห้องอื่นๆ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 28)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 17)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 02)

นอกจากการออกแบบพื้นที่และอุปกรณ์ในห้องเตรียมไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว  ตัวอาคาร Whizdom Petopia เองยังออกแบบพื้นที่ภายนอกห้องและพื้นที่ต่างๆ ภายในคอนโดให้เป็น Pet Friendly ทั้งหมดครับ

เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัยจากทางเข้าด้านหน้าบริเวณ Main Lobby ที่เป็น Double gate ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงวิ่งหลุดออกมาบริเวณ Drop off ของรถยนต์ซึ่งอาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงได้  รวมถึงมีพื้นที่ Pet Playground สำหรับให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นออกกำลังกาย   ถ้าวันไหนเจ้าของเกิดต้องออกไปทำธุระข้างนอกหรือไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศติดกันหลายวัน  ไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปได้  โครงการก็จะมีส่วน Pet Day Care รับฝากสัตว์เลี้ยงซึ่งในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  แต่เราไม่ต้องไปหาร้านรับฝากสัตว์เลี้ยงข้างนอก  ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากทีเดียวครับ

Petopia Building

 

พื้นที่ส่วนกลางหลักในโครงการจะอยู่ช่วงล่างของอาคารที่ชั้น 1, 2 และ 8 ครับ  การที่โครงการวางตำแหน่งไว้โซนล่างเพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวต้นไม้สีเขียวได้ในระดับสายตา  ช่วยเปิดมุมมองและทำธรรมชาติเข้ามาภายในตัวอาคาร  โดยพื้นที่หลายจุดออกแบบมารองรับให้สัตว์เลี้ยงสามารถเข้ามาใช้งานได้ด้วย

เริ่มจาก Meeting room ที่ชั้น 2 สเปซภายในออกแบบเป็นกระจก Full Height ล้อมรอบ 3 ด้าน  ช่วยเปิดมุมมองและความโปร่งโล่งให้เห็นต้นไม้และพื้นที่สีเขียวภายนอกเสมือนว่าเรานั่งอยู่ในสวนเลยครับ

Meeting room
Meeting room

 

ห้อง Co-Living room ที่ชั้น 2  ห้องนี้ให้เจ้าของร่วมสามารถเอาน้องแมวเข้ามาได้ด้วย  มีบ้านให้แมววิ่งเล่นเพราะโดยธรรมชาติน้องแมวจะชอบปีนป่ายที่สูงอยู่แล้ว

Co-Living room
Co-Living room

 

ส่วนใครที่เลี้ยงน้องหมาก็จะมี Relaxation room อยู่ที่ชั้น 8  ห้องนี้จะอนุญาตให้นำน้องหมาเข้ามาได้  โครงการแยกห้องสำหรับน้องหมาและน้องแมวจะได้ไม่ตีกันครับ

Relaxation room
Relaxation room

 

แต่ถ้าน้องหมากับน้องแมวตัวไหนอยู่ด้วยกันได้ไม่ทะเลาะกันก็สามารถเอาเข้ามาในส่วน Forest Lounge ที่ชั้นลอยของอาคาร (ชั้น Mezzanine) ได้เลยครับ  ห้องนี้อนุญาตให้ทั้งหมาและแมวเข้ามาได้หมดเลย

Forest Lounge
Forest Lounge

 

พื้นที่ด้านนอกของชั้น 8 เป็นพื้นที่ Pet playground อีกจุดนอกจากบริเวณชั้น 1 สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นออกกำลังกายได้

Pet Playground
Pet Playground

 

โมเดลจำลองในส่วนของ Pet Playground  สำหรับพื้นที่ในส่วนกลางที่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้อย่างบริเวณชั้น 1 และ ชั้น 8 จะมี Vending Machine ทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์เลี้ยงเตรียมไว้ให้  มีการเตรียมพื้นที่ดื่มน้ำของสัตว์เลี้ยงรวมถึงจุดขับถ่าย และ Waste area สำหรับเก็บมูลสัตว์  เรียกว่าคิดมาครบวงจรถึงลักษณะการใช้งานจริงๆ เลยครับ  อ่อ … นอกจากนั้นยังมีเครื่องซักผ้าสัตว์เลี้ยงเตรียมไว้ให้ที่ Laundry room ชั้น 8 ด้วยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 68)

 

พื้นที่ส่วนกลางอีกด้านที่หันหน้าเข้าหาพื้นที่ป่าในโครงการจะเป็นสระว่ายน้ำ  ส่วนนี้ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนเวลาลงไปว่ายน้ำ  จากสระว่ายน้ำตรงนี้จะสามารถมองเห็นแนวของต้นไม้ที่เป็นสวนป่ากว่า 30 ไร่ในโครงการ  ด้านในอาคารมี Fitness room และ Stream room ซึ่งเป็นอีกจุดที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าครับ

Swimming pool
Swimming pool

Swimming Pool

 

จากที่เล่ามาจะเห็นว่าพื้นที่ต่างๆ ในอาคาร Whizdom Petopia ถูกออกแบบมารองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของคนกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองได้อย่างมีสะดวกและความสุข  รวมถึงการคำนึงถึงสุขอนามัยโดยรวมด้วยครับ

แต่สำหรับคนที่อยากได้คอนโดมิเนียม Whizdom The Forestias  แต่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์  อยากได้พื้นที่คอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัว  มีพื้นที่ให้ลูกๆ ได้ใช้ชีวิต  โครงการมีตัวเลือกให้เป็นอาคาร Destinia และ Mytopia  ซึ่งอยู่ติดกันครับ

ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ได้รับแจ้งข่าวว่าอาคาร Whizdom Petopia กำลังจะเปิด Pre Sales วันที่ 6-7 พฤศจิกายนนี้นะครับ อย่าลืมลงทะเบียนรับโปรโมชั่นพร้อมนัดหมายแวะเข้าไปชมกันที่ลิงก์นี้ครับ   https://bit.ly/3oFtnL1

 

WHIZDOM THE FORESTIAS : DESTINIA TOWER

 

สถานที่เติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ

 

 

Destinia Mytopia

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 63)

 

Destinia และ Mytopia เป็นคอนโดมิเนียมตึกคู่สูง 50 และ 42 ชั้น ตามลำดับ  โครงการอยู่บนที่ดิน 5 ไร่กว่า มีจำนวน 825 ยูนิต  มีพื้นที่ด้านล่างเชื่อมต่อกันในส่วนของชั้น Facilities ครับ

Destinia Tower

 

 

Tower DESTINIA & MYTOPIA
ผู้พัฒนาโครงการ

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ที่ตั้ง ถนนบางนา-ตราด กม.7 ฝั่งขาเข้า
ขนาดที่ดิน 5-3-96.2 ไร่
จำนวนอาคาร 2 อาคาร
จำนวนชั้น 50 และ 42 ชั้น ตามลำดับ
จำนวนยูนิต 825 ยูนิต
จำนวนยูนิตสูงสุดต่อชั้น 12 ยูนิต
ประเภทห้อง
  • 1 Bedroom : 34 – 42 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom Loft : 39 – 58 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom : 57 – 73 ตารางเมตร
  • 3 Bedroom : 92 – 93 ตารางเมตร
  • Duplex  : 104 – 133  ตารางเมตร
  • Penthouse : 160 – 190  ตารางเมตร
  • Forest Duplex Penthouse : 159 – 183 ตารางเมตร
เพดานสูง 2.80 เมตร
ที่จอดรถ 102 % (Automated & Conventaional Parking)
 ราคาขายเริ่มต้น 

1 ห้องนอน เริ่ม 5.5 ล้านบาท

2 ห้องนอน เริ่ม 9.6 ล้านบาท

3 ห้องนอน เริ่ม 17.3 ล้านบาท

Duplex เริ่ม 22 ล้านบาท

Forest Duplex เริ่ม 26.4 ล้านบาท

Penthouse เริ่ม 31.3 ล้านบาท

 ราคาเฉลี่ย เริ่มต้นที่ประมาณ 157,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม.
คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2567

 

Destinia 1Destinia 2

รูปแบบของอาคาร Destinia และ Mytopia จะออกแบบยูนิตแต่ละห้องด้วยเน้นเรื่องคุณภาพการอยู่อาศัยเป็นมาตรฐานแบบเดียวกับอาคาร Whizdom Petopia ที่เล่าให้ฟังไปแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีพื้นที่ ฟังก์ชัน และอุปกรณ์ที่รองรับสัตว์เลี้ยงครับ

ในอาคาร Whizdom Petopia พาไปดูแบบ 1 ห้องนอน สำหรับอาคาร Whizdom  Destinia เราขอพาไปดูแบบ 2 ห้องนอน 57.40 ตร.ม. กันบ้างครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 51)

 

การออกแบบสเปซสำหรับการอยู่อาศัยจัดว่าแบ่งสัดส่วนมาได้อย่างเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นส่วนพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร ครัว ห้องนอน และห้องน้ำครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 34)

 

การให้กระจกบานใหญ่ภายในห้องเพื่อนำแสงธรรมชาติและวิวเข้ามายังคงเป็นจุดเด่นของโครงการเช่นกัน

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 35)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 44)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 38)

 

พื้นที่ครัวจะให้เป็นครัวปิด  ซึ่งมีการเดินท่อดูดควันเหนือฝ้าเพดานออกไประเบียงด้านนอกเพื่อช่วยระบายกลิ่นจากการทำอาหารไม่ให้อับอยู่ในห้องครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 45)

 

เคาน์เตอร์ครัว Built-in มาให้เรียบร้อยสวยงามเช่นกัน

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 47)

 

ห้องนอนเล็กจะอยู่ติดกับห้องน้ำ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 49)

 

หน้าต่างบานใหญ่ช่วยเปิดรับวิวและแสงธรรมชาติเข้ามา  โดยที่กระจกส่วนติดอากาศด้านนอกจะได้เป็นกระจก Insulted Glass Unit (IGU) แบบเดียวกับอาคาร Whizdom Petopia เช่นกันครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 36)

 

ภายในห้องน้ำกว้างขวางมาก  ใช้กระเบื้องลายหินและสีน้ำตาลไม้ช่วยให้บรรยากาศอบอุ่น  รู้สึกผ่อนคลาย

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 50)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 37)

 

ภายในพื้นที่ห้องนอนใหญ่จะมีส่วน Walk-in closet เป็นสัดส่วน  ตู้เสื้อผ้าของทั้ง 3 อาคารใน Whizdom The Forestias จะออกแบบให้มีความลึก 70 ซม. ซึ่งลึกกว่าขนาดมาตรฐานของตู้เสื้อผ้าทั่วไปที่ 60 ซม. เพื่อจะได้สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สะดวก  เป็นการคิดในดีเทลจุดเล็กๆ ได้ละเอียดมากทีเดียว

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 41)

 

ห้องน้ำภายใน Master bedroom กว้างขวางใช้งานสะดวกสบายครับ  ถ้าเราดูการวางตำแหน่งของห้องน้ำในแต่ละยูนิตจะเห็นว่าถูกวางไว้ติดกับทางเดินกลางภายในอาคารหมดเลย  ทำให้สามารถวางตำแหน่งของงานระบบสุขาภิบาลง่ายต่อการบำรุงรักษา  ถ้าหากงานระบบมีปัญหาก็เปิดช่องเซอร์วิสตรวจสอบได้จากโถงทางเดิน  ไม่ต้องเข้ามาภายในห้องครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 40)

 

พื้นที่ห้องนอนใหญ่กว้างขวางวางเตียง King size ได้สบาย

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 39)

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 42)

 

ระเบียงภายนอกห้องดูเรียบ สะอาดตา เนื่องจากระบบแอร์ของโครงการ Whizdom The Forestias ทั้ง 3 อาคาร  ใช้ระบบแอร์รวมศูนย์ที่มีท่อลมเย็นจ่ายแยกเข้าแต่ละห้อง  จึงไม่ต้องมีคอยล์ร้อนของแอร์ติดที่ระเบียงให้ดูขัดหูขัดตา  ทำให้พื้นที่ภายนอกดูแล้วสวยงาม  บริเวณระเบียงของแต่ละยูนิตจะมีเพียงช่องแลกเปลี่ยนอากาศของระบบ ERV และช่องระบายอากาศจากครัวและห้องน้ำเท่านั้น  สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 46)

 

แอร์ระบบรวมศูนย์ (Center Cooling) จะติดตั้งตำแหน่งคอยล์เย็นเอาไว้ในแต่ละห้อง  โดยระบบนี้แม้จะเกิดไฟดับแต่แอร์จะยังสามารถทำงานได้ต่อเนื่องอีกถึง 8 ชั่วโมง เลยครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 53)

 

แน่นอนว่าเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งระบบ ERV และ Home Automation system เพื่ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยก็ถูกนำมาใช้กับอาคาร Destinia และ Mytopia ด้วย

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 52)

 

อีกจุดหนึ่งที่ Whizdom The Forestias ทำออกมาไม่เหมือนใครคือเรื่องการการันตีคุณภาพการก่อสร้างครับ  โครงการจะรับประกันโครงสร้างอาคารนาน 30 ปี  ใน 4 เรื่องหลัก คือ งานโครงสร้างเสาคาน,  งานประตูหน้าต่างสำหรับการป้องการรั่วซึมของน้ำฝน, งานระบบประปา  และงานระบบไฟฟ้า  ทำให้มั่นใจได้ว่าในระยะยาวหากมีปัญหาเกิดขึ้นทาง MQDC ก็จะเข้ามาช่วยแก้ไขแน่นอน

 

ทั้ง 3 อาคาร ในโครงการ Whizdom The Foresetias นั้นทาง MQDC ตั้งใจให้เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยได้ในหลากหลายมิติ  ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการใช้สอยภายในห้อง  พื้นที่ส่วนกลาง  ธรรมชาติภายในพื้นที่ของ The Forestias รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ที่จะพัฒนาขึ้นในพื้นที่ 398 ไร่  ไม่ว่าจะเป็น  Community Mall, โรงภาพยนตร์, ซูเปอร์มาร์เก็ต, พื้นที่อาคารสำนักงาน, Community center, Town center ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ สปอร์ตคอมเพล็กซ์  รวมไปถึงตลาดและพื้นที่จัดกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ครับ

Whizdom the Forestias (ภาพที่ 72)

Whizdom The Forestias (ภาพที่ 88)

 

จากที่เล่ามาทั้งหมด  ผมคิดว่า Whizdom The Forestias จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างมาตรฐานที่เหนือกว่าสำหรับการอยู่อาศัยที่หาโครงการอื่นขึ้นมาเทียบเคียงได้ยาก  เนื่องจากจุดแข็งอย่างการสร้างระบบนิเวศด้วยพื้นที่ป่าธรรมชาติ 30 ไร่ ใน The Forestias นั้นน่าจะไม่มีโครงการที่ไหนทำขึ้นมาได้อีกแล้วครับ

Key Visual

 

 

 

ใครสนใจสามารถนัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการเป็นส่วนตัว   หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่างครับ
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MQDC Contact Center 1265
Pre-sale วันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2564 นี้

ลงทะเบียนรับโปรโมชั่นและนัดหมายเยี่ยมชมโครงการ

 

 

 

[Advertorial]

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)
icon-yusabuy-titleRELATED ARTICLE
back to top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใด ๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก