รีวิว Happitat (แฮปปี้แทท) ในนี้มีอะไรบ้าง? พาส่องอาณาจักรแห่งความสุขแห่งใหม่ของชาวบางนา

· 1 min read

ถ้าพูดถึงบางนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้า และโครงการมิกซ์ยูสใหม่ ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง จนย่านนี้เริ่มมี Destination ใหม่ ๆ ตามเข้ามามากขึ้น

หนึ่งในโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ถูกจับตามองมาสักพักก็คือ Happitat (แฮปปี้แทท) ตั้งอยู่ติดถนนบางนา–ตราด กม.7 ที่รวมทั้งร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ พื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัว สำนักงาน พื้นที่สีเขียว ไปจนถึง Entertainment เอาไว้ด้วยกัน

Happitat-1

Happitat_2

 

แนวคิดของที่นี่เริ่มจากการเอา “ความสุข” มาเป็นแกนหลัก แล้วถ่ายทอดออกมาตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ กิจกรรม ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ภายในโครงการ

แต่ก่อนจะไปดูว่า Happitat แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไปยังไง เราขอพาไปดูก่อนว่า ในนี้มีอะไรบ้าง?

 

3 อาคาร 3 คาแรกเตอร์ แต่เดินเชื่อมถึงกันได้

พื้นที่ของแฮปปี้แททแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก ได้แก่ Bloominas, Wonderwild และ Festie Town ซึ่งแต่ละอาคารจะเน้นประสบการณ์คนละแบบ ตั้งแต่โซนกิน ช้อป และไลฟ์สไตล์ พื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัว ไปจนถึงฝั่ง Entertainment และอีเวนต์

แม้บรรยากาศจะแตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 อาคารถูกออกแบบให้เชื่อมต่อถึงกัน ทำให้สามารถเดินเปลี่ยนจากโซนหนึ่งไปอีกโซนหนึ่งได้ต่อเนื่อง ก่อนจะไปดูกันทีละอาคารว่าข้างในมีอะไรน่าสนใจบ้างค่ะ

 

อาคารบลูมมินัส (Bloominas) – ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แห่งความสุข

เริ่มกันที่ Bloominas อาคารขนาดใหญ่ที่สุดของแฮปปี้แทท บนพื้นที่กว่า 64,882 ตร.ม. 8 ชั้น ซึ่งฝั่งนี้จะเน้นเรื่องไลฟ์สไตล์เป็นหลัก มีตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ เทคโนโลยี ไปจนถึงสุขภาพและความงาม

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจะกลายเป็นจุดเช็กอินของอาคารคือ Grand Stairs บันไดขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่นั่งพักและชม Immersive Experience ผ่านจอดิจิทัลขนาด 385 ตร.ม. ยาวกว่า 50 เมตร โดยจะมีคอนเทนต์หมุนเวียนเข้ามาให้ชม อย่าง The Butterfly Trail และ Forest of Time

แฮปปี้แทท-Grand stair

แฮปปี้แทท-Grand stair -2

 

ส่วนชั้น 1–2 จะมี Axtra Club ที่รวมสินค้าคัดสรรจากทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมร้านอาหารโดย Chef Willment Leong ซึ่งเตรียมเปิดในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569

️ ขยับขึ้นมาชั้น 3 จะเริ่มเป็นฝั่งร้านอาหารและคาเฟ่มากขึ้น มีทั้ง Starbucks, GOOD CHA, SOSTARE รวมถึงร้านเชฟมิชลินอย่าง VUUR by Jacob Jan Boerma และ SING LANG ของเชฟหนุ่ม–ธนินทร จันทรวรรณ

ส่วนใครมองหาไอทีและเทคโนโลยี ชั้น 4 ก็มีทั้ง Banana IT, IT City, True, vivo และ Xiaomi ขณะที่สายสุขภาพและความงามจะกระจายอยู่บริเวณชั้น 3 และชั้น 6 มีตั้งแต่ร้านขายยา ร้านทำผม คลินิก ไปจนถึง Rehab และ Nail Spa

รวม ๆ แล้ว Bloominas จะเป็นอาคารที่ใกล้เคียงกับภาพของศูนย์การค้าที่เราคุ้นเคยมากที่สุด แต่เพิ่มพื้นที่นั่งพัก ร้านอาหาร และ Experience ต่าง ๆ เข้ามาให้มีอะไรทำมากกว่าการเดินช้อปปิ้งอย่างเดียว

Happitat-Bloominus_1

 

อาคารวันเดอร์ไวลด์ (Wonderwild) – โลกแห่งจินตนาการ การเรียนรู้ และความสุขของทุกคนในครอบครัว

ถ้า Bloominas เป็นฝั่งกิน ช้อป และไลฟ์สไตล์ อาคาร Wonderwild ก็จะขยับมาเน้นเรื่องครอบครัวมากขึ้น บนพื้นที่กว่า 47,197 ตร.ม. 5 ชั้น มีตั้งแต่ร้านอาหาร ของเล่น พื้นที่เรียนรู้ ไปจนถึงสนามเด็กเล่นและกิจกรรมที่พ่อแม่กับลูกสามารถทำร่วมกันได้

แฮปปี้แทท_Wonderwild_1

 

จุดที่สะดุดตาที่สุดคือ Whimsical Market บริเวณชั้น 2 ที่จำลองบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี มีต้นไม้ขนาดใหญ่สูงเทียบเท่าอาคาร 3 ชั้น พร้อมคาแรกเตอร์เคลื่อนไหวและการแสดงแสง สี เสียงเป็นรอบ ๆ โดยรอบก็แทรกร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนมเอาไว้ ทำให้โซนนี้เป็นทั้งพื้นที่กินและจุดเดินเล่นไปพร้อมกัน ให้บรรยากาศคล้ายกับกำลังเดินเข้าไปใน Theme Park

แฮปปี้แทท-whimsical

แฮปปี้แทท-whimsica-2

แฮปปี้แทท-whimsica-3

 

ใกล้กันยังมี PLAYNATION อาณาจักรของเล่นที่รวมตั้งแต่ของเล่นทั่วไป เทคโนโลยี AI ไปจนถึง Art Toy และของสะสมจาก Character ต่าง ๆ

ส่วนสายกิน ชั้น B1 มี Lotus’s Eatery ที่รวมกว่า 30 ร้าน 300 เมนู โดยมีทั้งร้านดังและร้านที่ได้รับ Bib Gourmand อย่างสุกี้เมาเวอริค เพ้งโภชนา และบุญตงกี่ ขณะที่ชั้น 3 ก็มีร้านที่คุ้นเคยอย่าง Bonchon, KFC, Swensen’s และ Uoriki

Happitat_Lotus_s Eatery

Happitat_Lotus_s Eatery-2

แฮปปี้แทท_Lotus_s Eatery-3

 

แต่ส่วนที่ทำให้ Wonderwild ต่างจากอาคารแรกชัดที่สุดน่าจะเป็น Edutainment Zone บนชั้น 5 ซึ่งรวมสถาบันและกิจกรรมเสริมทักษะเอาไว้ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่วิชาการ ภาษา ดนตรี ศิลปะ การเต้น ไปจนถึงกิจกรรมด้านการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ยังมี Family Play Time ทั้งสนามเด็กเล่น Indoor และลานกิจกรรมสำหรับครอบครัว รวมถึง Amphitheatre ด้านนอกอาคารที่ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน จัดการแสดงและอีเวนต์ต่าง ๆ ได้

ด้านบนของอาคารยังเป็น The Hilltop Offices สำนักงานพรีเมียมสูง 10 ชั้น ที่นำเรื่องธรรมชาติและคุณภาพชีวิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงานด้วย

 

อาคารเฟสตี้ ทาวน์ (Festie Town) – ฝั่ง Entertainment และพื้นที่สำหรับอีเวนต์

อาคารสุดท้ายคือ Festie Town ซึ่งคาแรกเตอร์ต่างจากสองอาคารแรกค่อนข้างชัด เพราะเป็นพื้นที่แบบ Semi-Outdoor และเน้นเรื่อง Entertainment กับ Event เป็นหลัก

Happitat-Festie Town

 

ไฮไลต์คือ Lumis Theater Hall ฮอลล์ประมาณ 400 ที่นั่ง รองรับได้ตั้งแต่การแสดง คอนเสิร์ต อีเวนต์ ไปจนถึงงานประชุมและนิทรรศการ

แฮปปี้แทท_Lumis Theater Hall

 

ส่วนชั้น 1 จะมี Lotus’s PRIVÉ Happitat ซูเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Happy & Healthy ที่ขยับจากการมาซื้อของเข้าบ้าน ไปสู่เรื่องของ Food Experience และ Wellness มากขึ้น

Happitat-Lotus's Prive

 

ข้างในมีตั้งแต่ Fresh & Culinary Hub ที่รวมวัตถุดิบจากไทยและต่างประเทศ ทั้งผักผลไม้จากเกษตรกรไทย วากิว ทรัฟเฟิล และอาหารทะเล ไปจนถึง The Kitchen ที่นำวัตถุดิบมาต่อยอดเป็นอาหารพร้อมทานทั้งไทย จีน และตะวันตก รวมถึงชีส โคลด์คัท และเบเกอรี่อบสด

Happitat-Lotus's Prive-2

 

สายสุขภาพก็มี The Juice Bar ทั้ง High Protein Smoothie, Fruit Slushy และ Açaí Bowl รวมถึง The Wellness ที่รวมผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง เทียนหอม และน้ำมันหอมระเหย ส่วนสายขนมมี The Sweetery ที่รวบรวมช็อกโกแลตและของหวานจากหลายประเทศ รวมถึงช็อกโกแลตคราฟต์จากโกโก้ที่ปลูกในไทย

แฮปปี้แทท-Lotus's Prive-3

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ 7-Eleven ซึ่งสาขานี้มาในรูปแบบ Character Themed Store ขณะที่ชั้น 2 จะมีร้านคอนเซ็ปต์พิเศษและ Flagship Store รวมถึง BULAN ร้านของเชฟหนุ่ม–ธนินทร จันทรวรรณ

Happitat-7 eleven

แฮปปี้แทท-7-eleven-2

แฮปปี้แทท-7-eleven-3

 

และใครพาน้องหมาน้องแมวมาด้วย ฝั่งนี้ก็มี Pet Us ที่รวมสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อม Jerhigh Pet Park พื้นที่กลางแจ้งกว่า 150 ตร.ม. สำหรับพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นและออกกำลังกาย

 

ประสบการณ์ที่เชื่อมพื้นที่จริงเข้ากับโลกดิจิทัล

หนึ่งในไอเดียตั้งแต่ช่วงพัฒนาโครงการคือ Multi-layer of Happiness Experiences ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมกับพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็น AR, VR, AI Assistance หรือ Phygital Gamification

พูดง่าย ๆ คือ แทนที่เราจะมาเดินห้าง ดูร้าน แล้วกลับ ที่นี่พยายามใส่ Interaction เข้าไปตาม Journey เพื่อให้การเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งมีอะไรให้เล่นหรือค้นพบระหว่างทาง

Immersive Experience

 

และค่อนข้างน่าสนใจตรงที่ทีมออกแบบ Journey ของโครงการมี Bill Coan ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการวางแผนธีมพาร์กระดับโลกเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่งานวางผังและสถาปัตยกรรมมี Foster + Partners เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบ

Florian Woegerer, BoraBora Studios - Forest of Time

Riaz Farooq, Pixel Artworks - The Butterfly Trail

 

แล้วทำไมต้องเป็น “บางนา”?

ถ้าซูมออกมาดูภาพใหญ่ จะเห็นว่าบางนาในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงย่านที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แล้ว แต่มีทั้งโครงการบ้านและคอนโด ศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ สำนักงาน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่เข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่การเดินทางก็เชื่อมต่อได้ทั้ง ทางด่วน รถไฟฟ้า และถนนบางนา–ตราด ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและภาคตะวันออก

ประกอบกับข้อมูลของโครงการที่ระบุว่า ย่านบางนามีประชากรกว่า 1.19 ล้านคน จึงมีฐานทั้งคนอยู่อาศัยและคนทำงานรองรับอยู่แล้ว

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Happitat ไม่ได้เกิดขึ้นแบบ Standalone แต่เป็นส่วนหนึ่งของ The Forestias มิกซ์ยูสขนาด 398 ไร่ ที่มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม 2 แห่ง ศูนย์สุขภาพ และผืนป่าขนาด 30 ไร่ ทำให้ในอนาคตยังมีทั้งลูกบ้าน คนทำงาน และผู้ใช้บริการส่วนอื่น ๆ ของโครงการเป็นฐานคนรอบตัว

การมาของ Happitat จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มศูนย์การค้าอีกแห่ง แต่เป็นการทดลองโมเดล Destination Creation ที่สร้างเหตุผลให้คนมาได้ทั้งกิน ช้อป ทำกิจกรรม และพักผ่อน ซึ่งก็สะท้อนภาพของรีเทลยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนจากพื้นที่สำหรับ “มาซื้อของ” ไปเป็นพื้นที่สำหรับ “มาใช้เวลา” มากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ALL COMMENT (0)
icon-yusabuy-titleRELATED ARTICLE
back to top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใด ๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก