พาชมห้อง 60 ล้าน!! คอนโด LAVIQ Sukhumvit57 (ลาวีค สุขุมวิท 57) โครงการระดับ Super Luxury ที่จัดเต็มด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ระดับโลกอย่าง Fendi Casa [Review]

“ทองหล่อ” เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องมูลค่าที่ดินราคาสูง  ทำให้คอนโดที่พัฒนาบนทำเลทองหล่อนั้นต้องหา “ความพิเศษ” บางอย่างมาใส่ไว้ในโครงการเสมอครับ  เพราะลูกค้าในกลุ่มนี้มีกำลังจ่ายสูงและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอ  ซึ่งคอนโดที่ผมจะพาไปรีวิวในวันนี้ก็มีความพิเศษและน่าสนใจหลายอย่างครับ  เราไปกันที่คอนโด LAVIQ Sukhumvit57 (ลาวีค สุขุมวิท 57) โครงการระดับ Super Luxury โครงการแรกของ Real Asset ที่ได้ร่วมมือกับ Fendi Casa แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดหรูชื่อดังระดับโลก … ถ้าใครยังไม่รู้จัก ผมจะเล่าให้ฟังครับ …

Fendi” แต่เดิมเป็นแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายชั้นสูงสัญชาติอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน  ต่อมาได้แตกไลน์ธุรกิจเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ด้วยแนวคิดที่อยากแต่งตัวให้กับบ้าน ให้ความสำคัญกับการเลือกหาวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นผ้า, หนัง, ไม้ หรือแม้กระทั่งขั้นตอนการผลิตที่เป็นงานแฮนด์เมด เพื่อให้ได้งานที่ละเอียด หรูหรา …โดยเฟอร์นิเจอร์ของ Fendi Casa นั้นจะถูกนำมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการทั้งหมด เดี๋ยววันนี้จะพาไปดูกัน รับรองว่าอลังการแน่นอน

LAVIQ สุขุมวิท 57 เป็นคอนโด High Rise สูง 33 ชั้น ตั้งอยู่ใน ซ.สุขุมวิท 57 ใกล้กับ BTS ทองหล่อ ออกแบบด้วยแนวคิด Glamorously Inspired by Fendi Casa อย่างยอดบนของอาคารได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยม  รวมถึงห้องพักที่จะพาไปดูในรีวิวนี้ก็ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Fendi Casa เช่นกัน เป็นห้องแบบ 3 Bedroom ขนาด 144 ตร.ม. ซึ่งเหลือเพียงห้องเดียว จะเปิดให้ชมพร้อมจองเป็นเจ้าของในวันที่ 14 มี.ค.63 นี้ ด้วยราคา 60 ล้านบาท!  แต่วันนี้ทีมงาน YUSABUY ได้มีโอกาสเข้าไปเก็บภาพมาให้ดูกันก่อน ตามไปดูพร้อมกันเลยครับ…

LAVIQ Sukhumvit57

( ลาวีค สุขุมวิท 57 )

  • เจ้าของโครงการ >>> บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (Real Asset)
  • ที่ตั้งโครงการ >>> ซอย สุขุมวิท 57  แขวงคลองตันเหนือ
  • ขนาดที่ดิน >>>  2-1-65 ไร่
  • จำนวนอาคาร >>>  1 อาคาร
  • จำนวนชั้น >>> 33 ชั้น
  • ประเภทห้อง >>>
    • 1 Bedroom : 42.00-45.00 ตร.ม.
    • 2 Bedrooms : 79.00-91.00 ตร.ม.
    • 3 Bedrooms : 115.00-144.00 ตร.ม.
    • Duplex : 92.00 ตร.ม.
    • Penthouse : 244.00-357.00 ตร.ม.
  • จำนวนยูนิต >>> 235 ยูนิต
  • ที่จอดรถ >>> 235 คัน (รวม 8 คัน ซุปเปอร์คาร์) (100% ของจำนวนห้องชุด)
  • ราคาขายเริ่มต้น ณ วันทำรีวิว >>>  เริ่ม  10.9  ล้านบาท (มกราคม 2563)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร >>> ราคาเฉลี่ย 260,000 บาท  บาท/ตารางเมตร
  • สถานะโครงการ >>> สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่
  • พิกัด GPS >>> 13.7243035,100.5778809
  • เว็บไซต์โครงการ >>> laviq.com
  • โทร >>> 1232

LAVIQ Sukhumvit57 (ลาวีค สุขุมวิท 57)

ทำเลที่ตั้ง และการเข้าถึง

-------------------------------------------------------------------------------------------------map

 

คอนโด LAVIQ Sukhumvit57 ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์อันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ระดับ Hi-End บนชีวิตที่หรูหราราคาแพง  เป็นทำเลมีการเติบโตสูง และก็มีแนวโน้มว่าจะเติบโตในด้านมูลค่าสินทรัพย์ได้อีกเรื่อยๆ ครับ

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ในย่านทองหล่อและเอกมัยใกล้ๆ  ถือว่าครบครันมากครับ มีให้ตอบสนองทั้ง Day Life และ Night Life อย่างแหล่งช้อปปิ้งก็มีให้เลือกทั้ง J-Avenue, EmQuartier, Donki Mall, The Taste, The Commons, Rain Hill, Park Lane  นี่ยังไม่นับแหล่งแฮงค์เอ้าท์ที่มีอีกมากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านชื่อดังทั้งนั้นครับ  ด้านสถานศึกษาและโรงพยาบาลก็มีอยู่ใกล้ๆ เช่น รพ.สุขุมวิท, รพ.สมิติเวช สุขุมวิท, รพ.คามิลเลียน, รร.นานาชาติเอกมัย และ รร.นานาชาติบางกอกเพรพ เรียกว่าสะดวกในการใช้ชีวิตทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่แหล่งงาน ที่มีอาคารสำนักงาน T-One เพิ่งเปิดใหม่ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 57 นี่เอง

 

ด้านการเดินทาง ถนนสุขุมวิท ถือเป็นถนนสายหลักที่สามารถเชื่อมต่อไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก แม้ว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจจะมีปัญหารถติดบ้าง เพราะเป็นย่านเศรษฐกิจที่ค่อนข้างพลุกพล่าน แต่การมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ที่วิ่งอยู่ตามแนวถนนสุขุมวิท ก็ช่วยแก้ปัญหาในช่วงเวลาเร่งรีบนี้ไปได้

 

โดยจุดเด่นของซอยสุขุมวิท 57 ที่เป็นที่ตั้งของโครงการ LAVIQ สุขุมวิท 57 คือการมีทางขึ้น-ลง Sky Walk ของสถานีทองหล่อ อยู่ที่หน้าปากซอยเลย (ใช้ทางออกที่ 3)  ถ้าวัดระยะจากทางขึ้น-ลง ถึงหน้าโครงการ ก็อยู่ที่ประมาณ 100 ม. เท่านั้นครับ (ประมาณ 260 ม. ถึงตัวสถานี)

 

ถ้าเข้ามาดูในซอยสุขุมวิท 57 จะเห็นว่าซอยนี้เป็นซอยตัน ด้านการเดินทางก็อาจจะมองดูว่าไม่สามารถลัดไปซอยอื่นๆ ได้ แต่ความจริงข้อดีของซอยตันก็คือ จะไม่วุ่นวายเท่ากับซอยอื่นๆ เนื่องจากมีรถวิ่งผ่านไปมาน้อย ซึ่งก็เข้ากับบริบทของโครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 ที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวครับ

เปิดผังโครงการ

ก่อนเข้าไปดูในโครงการ เรามาดูผังของ ลาวีค สุขุมวิท 57 กันก่อนครับ..

เริ่มที่ชั้น 1  ดูจากผังโครงการจะเห็นว่าตัวอาคารมีระยะถอยร่นจากแนวที่ดินด้านหน้าไปถึง 30 เมตร ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ออกแบบโดย SHMA  ทางเข้า-ออกโครงการมีทางเดียวจากซอยสุขุมวิท 57   ถนนภายในเป็นแบบ 2 เลน วิ่งสวนกัน มีวงเวียนสำหรับรับส่งที่ Drop-Off ด้านหน้า Lobby  หรือถ้าขับตรงไปจะเป็นทางขึ้นสู่อาคารจอดรถ ซึ่งก็คือชั้น Podium ทั้งหมด ตั้งแต่ชั้น 1-5 โดยสามารถจอดได้ทั้งหมด 235 คัน คิดเป็นที่จอดรถทั้งหมด 100% ของจำนวนยูนิตเลยทีเดียว รวมถึงมีที่จอดรถซุปเปอร์คาร์ 8 คัน และมีช่องจอดสำหรับ EV Charger ให้ด้วย

เข้ามาด้านในอาคารจะเจอกับโถง Lobby ก่อน ซึ่งจะมีพนักงานคอยต้อนรับอยู่ ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้อง Library & Meeting room ส่วนถ้าจะขึ้นข้างบนต้องเลี้ยวขวาผ่าน Lobby Lounge ก่อน ถึงจะเป็น Lift Lobby ซึ่งทางโครงการมีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และลิฟต์ Service 1 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 78 : 1 ถือว่า Private มากๆ สำหรับคอนโด High rise ครับ

 

ห้องพักอาศัย จะเริ่มที่ชั้น 6 โดยในชั้นนี้จะมีพื้นที่สวนไว้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนชมวิว อยู่บริเวณด้านหน้าของตัวอาคารด้วย ที่ชั้น 2 นี้จะมีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง มีทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ครับ จัดวางห้องพักแบบ Double Corridor เป็นรูปตัวแอล (L)  มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว อยู่ตรงกลาง และมีบันไดหนีไฟ 2 จุด ครับ

ชั้น 7 – 12 เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด แต่ละชั้นจะมีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยจะเพิ่มแบบห้องพักแบบ 2 Bedroom Duplex เข้ามา ซึ่งห้อง Duplex จะใช้พื้นที่ 2 ชั้นในแต่ละห้อง อยู่บริเวณมุมอาคารฝั่งถนนสุขุมวิทครับ (กดที่รูปเพื่อขยายได้นะครับ)

ชั้น 12A – 24  จะคล้ายกับชั้น 7 – 12 แต่ในชั้นนี้จะเพิ่มแบบห้องพักแบบ 3 Bedroom เข้ามา อยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของอาคาร เป็นห้องมุม เดินเข้าไปจนสุดทาง ได้ความเป็นส่วนตัวดี

ชั้น 25 – 28 ก็จะเหมือนกันเลยครับ  มีการลดจำนวนยูนิตลงเหลือ 7 ยูนิต ต่อชั้น  เน้นเป็นห้องขนาดใหญ่แบบ 3  Bedroom มากขึ้น  ส่วนชั้น 29 – 30 เว้นเป็นพื้นที่ส่วนกลาง มีห้องพักอีกทีที่ชั้น 31-33 โดยในชั้น 31 มีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง ทั้งแบบ 1 Bedroom, 2 Bedroom และ 3 Bedroom ส่วนชั้นบนสุดที่ชั้น 32 – 33 จะมีเฉพาะห้องแบบ Penthouse เท่านั้นครับ

พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ของ LAVIQ Sukhumvit57 จะอยู่ที่ชั้น 29 – 30  ชั้น 29 จะมีทั้งสระว่ายน้ำ, ห้อง Social Club, Party Terrace และ Sky Deck  ส่วนชั้น 30 ซึ่งสามารถเดินขึ้นมาจากบันได Spiral Staircase จะมีห้อง Fitness, Golf Simulator และห้องโยคะ นอกจากนี้ยังมี Executive Lounge และ ห้องประชุม สำหรับจัดเลี้ยงหรือติดต่อคุยงานต่างๆ ได้ เดี๋ยวจะพาขึ้นไปดูของจริงกันครับ

เริ่มเปิดประตู ไปดูในโครงการ / พื้นที่ส่วนกลาง

ได้เวลาเปิดประตูเข้าไปดูในโครงการกันแล้วครับ เริ่มจากชั้น 1 ด้านหน้าอาคารกันก่อนเลย…

 

  • ชั้น 1

เมื่อขับรถเข้ามาในโครงการจะเจอวงเวียนซึ่งเป็น Drop-Off มี Sculpture สีเงิน คล้ายสัญลักษณ์ Infinity อยู่ด้านหน้า เชื่อมต่อกับพื้นที่ Foyer ซึ่งบริเวณนี้จะมีหลังคายื่นออกมา เวลาลงจากรถจะได้ไม่เปียกฝนหรือโดนแดดครับ

 

บริเวณ Foyer ก็จะมีพื้นที่สำหรับ Door Man Service คอยช่วยยกของ เปิดประตู ก่อนเข้าสู่ Lobby

 

เข้ามาภายใน Lobby เป็นห้องโถงสูง 5.80 เมตร ผนังด้านข้างเป็นกระจกทั้งหมดทำให้มีความโปร่ง ตรงนี้จะมี Concierge Service คอยต้อนรับอยู่ด้วยครับ ตำแหน่ง Lobby นี้ จะเป็นพื้นที่แจกไปยังห้อง Library & Meeting room และ Lobby Lounge

 

เราเดินตรงเข้ามาดูส่วนของ Library ก่อน เป็นพื้นที่นั่งเล่น อ่านหนังสือ ตกแต่งอย่างสวยงาม มีลวดลายของเส้นสีทองทั้งที่เสา และประตูหน้าต่าง ส่วนพื้นใช้วัสดุหินจริง White Venato สลับกับ Copper Bronze ดูหรูหราทีเดียวครับ

 

ตรงกลางห้องเป็นโต๊ะขนาดใหญ่นั่งได้หลายคน วัสดุโต๊ะกลางทำจากหิน Toronto Brown  ด้านหลังเป็นชั้นวางหนังสือ ลูกบ้านสามารถนำหนังสือมาแชร์กันได้ครับ

 

นอกจากนี้ยังมีที่นั่งแบบโซฟาให้เลือกนั่งด้วย มองเห็นวิวสวนภายนอก เหมาะกับการมานั่งเล่นพักผ่อนครับ

 

ที่ห้อง Library มีประตูเปิดออกมาด้านนอกได้ เป็นโซนที่นั่งแบบ Outdoor ใกล้ชิดกับสวนครับ

 

แวะออกมาเดินเล่นที่สวนกันหน่อย มองกลับไปที่บริเวณ Lobby และ Library ครับ

 

กลับเข้ามาที่ Library อีกครั้ง มีห้อง Meeting Room อยู่ติดกัน ภายในห้องมีโต๊ะประชุมแบบจริงจังพร้อมหน้าจอ สามารถนัดเพื่อน หรือลูกค้ามาคุยงานได้

 

ต่อไปจะเป็นส่วน Lobby Lounge ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา มี Grand Piano จากแบรนด์ Fendi Casa ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง พร้อมทั้งมีโคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ห้อยลงมา จากแบรนด์ Fendi Casa เช่นกัน

 

ชุดโซฟาภายใน Lobby Lounge ทาง Fendi Casa ออกแบบเป็นครึ่งวงกลม ซึ่งมีทั้งหมด 2 ชุด สามารถมาต่อกันวงกลมได้ ทางโครงการแอบกระซิบมาว่าแค่ชุดนี้ก็มูลค่าเกือบๆ 3 ล้านบาทแล้ว!!

 

ส่วน Grang Piano ตัวนี้ ความพิเศษอยู่ตรงที่หุ้มด้วยหนังจระเข้ทั้งหมด เป็นหนังสี Ivory  ราคาก็อยู่ที่เลข 6 หลัก เช่นกัน..

 

ส่วนผนังด้านหลัง Piano ตกแต่งด้วยรูปภาพผ้าสีแดงที่พริ้วไหว สื่อถึงความเป็นแฟชั่นของแบรนด์ Fendi Casa และเข้ากับการออกแบบของตัวอาคาร ที่ส่วนยอดได้ไอเดียมาจากผ้าพันคอนั่นเอง

 

ให้ดูมุมกว้างๆ อีกมุมครับ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นขนาดใหญ่ทั้งนั้น แต่ด้วยพื้นที่ที่กว้าง ฝ้าสูงถึง 5.80 ม. จึงทำให้ห้องนี้ดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดเลยครับ

 

ถัดจาก Lobby Lounge มาจะเป็นโถงทางเดินไปยังโถงลิฟต์ ที่ผนังตกแต่งด้วยงานศิลปะจาก FENDI ซึ่งเป็นโทนสีเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งภายในส่วนต่างๆ ของโครงการครับ

 

  • ชั้น 29 

ขึ้นมาดูต่อที่ชั้น 29  เริ่มกันที่สระว่ายน้ำครับ สระที่คอนโด LAVIQ สุขุมวิท 57 จะเป็นรูปตัว L ยาว 36 ม. (ทางตรง 24 เมตร) สามารถว่ายออกกำลังกายได้เลย แบ่งเป็นสระเด็กลึก 0.6 ม. ส่วนสระผู้ใหญ่ลึก 1.2 ม.

 

ที่บริเวณปลายสระจะมีส่วน Shallow Pool และ Jacuzzi Pool ไว้นั่งผ่อนคลาย พร้อมชมวิวทองหล่อครับ

 

ลักษณะของสระที่นี่จะเป็น Infinity-Edge swimming pool เพื่อให้มองเห็นวิวได้เต็มที่ครับ และเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือด้วย

 

มีที่นอน Day bed แบบ Sunken ฝังในสระว่ายน้ำ 4 ที่

 

หรือถ้าอยากนอนเล่นพักผ่อน อ่านหนังสือใต้ต้นไม้ ก็ Day Bed ให้อีกจุดหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน

 

โซนสระว่ายน้ำที่มีหลังคาคลุมก็มีนะครับ ส่วนบันไดวนที่อยู่ตรงสุดทางเดินนั้นมีชื่อว่า Spiral Staircase ได้ไอเดียมาจาก Runway fashion show ของ Fendi Casa ครับ

 

ใกล้กับสระว่ายน้ำ มีห้องอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งภายในจะมีตู้ Locker สำหรับเก็บของ เป็นแบบใส่รหัสดิจิตอลครับ  อ้อ..ลืมบอกไป ที่ชั้นนี้เขามี Counter Service ให้บริการผ้าขนหนูแก่ลูกบ้านที่มาใช้งานด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องหอบข้าวของมาเยอะแยะ

 

ด้านในสุดของห้องน้ำมีห้อง Steam ด้วย กว้างขวางน่าใช้งานดี

 

ยังไม่หมดครับ ที่ชั้น 29 นอกจากจะมีสระว่ายน้ำแล้ว ยังมีห้อง Social Club ที่เปิดประตูเข้ามาจะเจอโต๊ะพูล ที่นั่งพักผ่อน และบาร์สำหรับชงเครื่องดื่มมาให้ สามารถจองห้องเพื่อพาเพื่อนๆ ขึ้นมาปาร์ตี้กันได้

 

เคาน์เตอร์บาร์มีแก้วไวน์และถังมาให้เรียบร้อย สามารถเอาไวน์ขึ้นมาดื่มชมวิวเมืองได้สบายๆ พร้อมมีซิงค์มาให้ล้างทำความสะอาดจานและแก้วหลังใช้ได้

 

ภายใน Social Club มีโซนสำหรับนั่งชิล หรือ Hangout แน่นอนว่าตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จาก Fendi Casa มูลค่าตัวละหลายแสนบาทเลยครับ

 

มุมนั่งเล่นค่อนข้างมีหลายมุม อย่างมุมนี้เป็นชุดอาร์มแชร์แบบกลุ่ม มองเห็นวิวเมืองสวยทีเดียว

 

หรือถ้าใครไม่อยาก Hangout ในห้อง Social Club  โซน Outdoor ด้านนอก ก็มี Pantry Terrace ให้สามารถจัดปาร์ตี้ได้เช่นกันครับ

 

มีโต๊ะยาวขนาดใหญ่ รองรับได้หลายคน และมีเตาย่างบาร์บีคิวให้ยืมได้ด้วย

 

บริเวณ Pantry Terrace มีที่นั้งเล่นหลายจุด ทั้งชุดโซฟาแบบนั่งเป็นกลุ่มใหญ่ หรือที่นั่งแบบ Sunken Seat ที่เป็นหลุมลงไป ก็ดูเป็นส่วนตัวดีครับ

 

  • ชั้น 30

ขึ้นมาต่อที่ชั้น 30 ครับ ต้องบอกว่าพื้นที่ส่วนกลางที่นี่ให้เยอะจริงๆ ..ชั้นนี้ขึ้นมาจะเจอห้องฟิตเนสก่อนเลย มีเครื่องออกกำลังกายครบครันทั้ง Cardio และ Weight training โดยใช้อุปกรณ์คุณภาพจาก Technogym ครับ

 

ด้านในของห้องฟิตเนส มีแบ่งอีกโซนเป็นห้องโยคะ สามารถจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาสอนโยคะได้เลย หรือจะให้นิติช่วยประสานจัดหาให้ก็ได้

 

วิวดีทีเดียวครับ ภายในห้องโยคะมีเสื่อโยคะพร้อมอุปกรณ์มาให้ครบครันเลย

 

ถัดจากห้องฟิตเนสเป็นห้อง Golf Simulator ไว้ให้ซ้อมไดรฟ์กอล์ฟได้ครับ

 

ต่อมาเป็นห้อง Executive Lounge & Meeting room สำหรับจัดเลี้ยงหรือจัดประชุมแบบเป็นส่วนตัวได้ ซึ่งจะต้องจองล่วงหน้า โดยเสียค่าบริการกับนิติบุคคล

 

โต๊ะประชุมรองรับได้ถึง 8 คน พร้อมทั้งมีหน้าจอสำหรับ Present เตรียมไว้ให้

 

มีโซน Executive Lounge สำหรับนั่งพูดคุยแบบผ่อนคลาย

 

ระหว่างโซน Executive Lounge  กับ Meeting room มีผนัง Partition ให้อีกชั้นหนึ่ง

แปลนห้องดีไหม?

แปลนห้องของโครงการ LAVIQ Sukhumvit57 จะมีแบบให้เลือกหลากหลาย แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  • 1 Bedroom : 42.00-45.00 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms : 79.00-91.00 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms : 115.00-144.00 ตร.ม.
  • Duplex : 92.00 ตร.ม.
  • Penthouse : 244.00-357.00 ตร.ม.

แปลนห้องคอนโด LAVIQ Sukhumvit57

แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 42-45 ตร.ม.

แบบ 1 Bedroom จะแบ่งย่อยออกไปอีก 4  แบบ ได้แก่ A1 ขนาด 42 ตร.ม. , A2 ขนาด 45 ตร.ม. , A3 ขนาด 44 ตร.ม. และ A4 ขนาด 44 ตร.ม. โดยทุกแบบเมื่อเข้ามาจะเจอห้องครัวก่อน เป็นลักษณะครัวเปิด เน้นทำอาหารเบาๆ สไตล์ฝรั่ง และมีระเบียง 1 จุด ที่สามารถเข้าออกทางห้องนั่งเล่นได้ครับ นอกจากนี้ในห้องน้ำยังได้อ่างอาบน้ำมาทุก Type ด้วย

แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 79-91 ตร.ม.

ห้องแบบ 2 Bedroom จะมีให้เลือก 4 แบบ เช่นกัน คือ B1 ขนาด 86 ตร.ม. , B2 ขนาด 86 ตร.ม. , B3 ขนาด 91 ตร.ม. และ B4 ขนาด 79 ตร.ม. ส่วนใหญ่จะเปิดประตูมาเจอห้องครัวก่อน ยกเว้น Type B2 ที่จะเปิดมาเจอห้องนั่งเล่นก่อน  ห้องนอนทุกห้องจัดวางหัวเตียงไม่ให้อยู่ในทิศตะวันตก ส่วนห้องน้ำมีด้วยกัน 2 ห้อง ห้องน้ำใน Master Bedroom ได้อ่างอาบน้ำมาด้วย ส่วนห้องน้ำอีกห้องจะใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนที่สอง และห้องนั่งเล่นครับ

แบบ 3 ห้องนอน ขนาด 115-144 ตร.ม.

แบบ 3 Bedroom ก็แบ่งย่อยออกไปอีก 4  Type ได้แก่ C1 ขนาด 115 ตร.ม. , C2 ขนาด 118 ตร.ม. , C3 ขนาด 115 ตร.ม. และ C4 ขนาด 144 ตร.ม. ทุก Type ได้ห้องครัวแบบเปิดที่ค่อนข้างกว้าง มีห้องน้ำทั้งหมด 3 ห้อง ห้องนอนทั้งหมดจะหันหัวเตียงหลีกเลี่ยงทิศตะวันตก ซึ่งห้อง Master Bedroom กว้างพอที่จะทำ Walk-in Closet ได้ และห้อง Master Bedroom ส่วนใหญ่จะอยู่ในตำแหน่งมุม ทำให้สามารถเปิดมุมมองได้เต็มที่ (ยกเว้น Type C3)  นอกจากนี้ห้อง Type C4 ที่มีขนาดใหญ่สุด ยังมีความพิเศษตรงที่มีห้องครัวไทย และห้องแม่บ้านอีกด้วยครับ

แบบ Duplex ขนาด 92 ตร.ม.

ห้องแบบ Duplex จะมีแบบเดียว เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 92 ตร.ม. สามารถเข้าได้ทั้งจากชั้นบนและชั้นล่าง รวมถึงแยกห้องนอนและห้องน้ำไว้คนละชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยห้องนอน Master จะอยู่ชั้นบน มี Walk-in Closet ด้วยครับ

แบบ Penthouse ขนาด 244-357 ตร.ม.

ห้อง Penthouse จะมี 3 Type ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ PH-01 ขนาด 256 ตร.ม. , PH-02 ขนาด 244 ตร.ม. และ PH-03 ขนาด 357 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ โดยทุก Type มีสระว่ายน้ำส่วนตัว รวมถึงมีห้องแม่บ้านและครัวไทยด้วย  ส่วนห้องนอน Type PH-01 และ PH-02 จะมีจำนวน 3 ห้อง ส่วน Type PH-03 มีมากที่สุดถึง 4 ห้อง และทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวทั้งหมดครับ

เปิดห้อง มองสเปซ : Focus on “SPACE” and “DIMENSION”

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สำหรับห้องที่จะพามาดูกันวันนี้ เป็นห้อง Type C4 ขนาด 144 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ความสูงฝ้าอยู่ที่ 3 ม.  ซึ่งห้องนี้จะอยู่ที่ชั้น 25 เป็นห้องพิเศษที่ตกแต่งแบบ Fully Furnished จากแบรนด์ Fendi Casa ทั้งหมด (ห้องอื่นๆ จะขายแบบ Fully Fitted) โดยจะเปิดให้ชมพร้อมขายอย่างเป็นทางการด้วยราคา 60 ล้านบาท ภายในงาน “Grand Miracle Show Suite Inspired by FENDI CASA” ที่จะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 63 นี้ครับ

ก่อนจะเข้าไปสำรวจในห้อง เรามาวิเคราะห์แปลนกันก่อนครับ..  เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอโถงทางเดินไปยังห้องนั่งเล่น ระหว่างทางด้านซ้ายมือเป็น Pantry  ส่วนด้านขวาเป็นครัวไทยสำหรับทำอาหารหนักๆ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านที่ดูไม่อีดอัด มีหน้าต่างเปิดได้ และถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ามีทางเข้าต่างหากสำหรับแม่บ้านที่แยกจากประตูหลักด้วย ทำให้ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวครับ

ส่วนห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อเป็นสเปซเดียวกัน อยู่ติดกับระเบียงที่ค่อนข้างกว้าง เปิดรับวิวได้เต็มที่ครับ  ใกล้กับห้องนั่งเล่นจะมีห้องนอนอยู่หนึ่งห้อง เหมาะกับทำเป็นห้องนอนแขก ภายในมีห้องน้ำในตัวด้วย ส่วนห้องนอนอีกสองห้องจะแยกโซนออกไป ได้แก่ห้อง Master Bedroom ที่อยู่บริเวณมุมของชั้น ได้หน้าต่างบานเข้ามุมขนาดใหญ่ รวมทั้งมี Walk-in Closet และห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำด้วย  ส่วนห้องนอนอีกห้องก็จะอยู่ใกล้ๆ กัน แต่จะใช้ห้องน้ำข้างนอกร่วมกับห้องนั่งเล่นครับ

ห้องตัวอย่างคอนโด LAVIQ สุขุมวิท 57

แบบ 3 ห้องนอน Type C4  144 ตร.ม.

ได้เวลาเข้ามาสำรวจในห้องจริงกันแล้ว.. เริ่มจากเปิดประตูเข้ามาจะเจอ Pantry อยู่ด้านข้าง ฝ้าบริเวณนี้จะต่ำลงมาเล็กน้อย เนื่องจากภายในห้องใช้ระบบปรับอากาศแบบ Ceiling Concealed Type โดยออกแบบให้มีการเติมอากาศ (Fresh Air Intake) ทําให้อากาศภายในห้องมีการหมนุเวียนตลอดเวลา เป็นการเพิ่มออกซิเจนช่วยให้คนในห้องอยู่ในสภาวะสบาย ดีต่อสขุภาพของผ้อยู่อาศัยครับ

 

ฝั่งตรงข้าม Pantry จะเป็นห้องครัวไทย เราเข้ามาดูห้องนี้กันก่อน ภายในห้องเตรียมเคาน์เตอร์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีเตา เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจาน ถ้าทำอาหารจริงจังสามารถมาทำในห้องนี้ได้เลย เนื่องจากมีประตูกั้นไม่ให้กลิ่นออกไปรบกวนภายนอก

 

ถัดจากครัวไทยเข้าไปจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า/อบผ้า มีประตูปิดเพื่อความเรียบร้อย โดยพื้นจะลดระดับลงไปเล็กน้อย พร้อมทั้งมี Floor Drain ไว้ให้ด้วย  ส่วนประตูที่อยู่ด้านข้าง 2 ด้าน ด้านซ้ายจะเป็นประตูของห้องแม่บ้าน ส่วนด้านขวาเป็นประตูเข้า-ออกสำหรับแม่บ้าน โดยไม่ต้องใช้ประตูหลักร่วมกับเจ้าของครับ

 

มาดู Pantry กันแบบชัดๆ กว้างขวางทีเดียว มีให้ครบถ้วนทั้ง Hob, Hood, Microwave, Oven และ Wine Cellar

 

ส่วนตรงผนังที่อยู่ติดกับ Pantry ใกล้ประตูเข้าห้อง  ทางโครงการ Built-in ให้เป็นตู้ใส่รองเท้า มีที่แขวนหมวก แขวนกุญแจรถ ดูใช้งานง่ายดีครับ

 

เข้ามาดูในส่วนพื้นที่รับประทานอาหารกันบ้าง เชื่อมต่อเป็นสเปซเดียวห้องนั่งเล่น ดูโปร่งโล่ง เพราะฝ้าเพดานสูงถึง 3 เมตร และหน้าต่างยังเป็นแบบ Full Height เปิดรับมุมมองภายนอก 2 ทิศทางคือตะวันตกและเหนือ ให้ความรู้สึกกว้าง

 

เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไม่ว่าจะโซฟา โคมไฟ รวมถึง Prop ตกแต่งที่เห็น เป็นของ Fendi Casa ทั้งหมดครับ ซึ่งผู้ที่ซื้อห้องนี้ก็จะได้ไปทั้งหมดเลย แค่ค่าตกแต่งก็คุ้มแล้วครับ

 

อย่างโซฟาในห้องนั่งเล่นตัวนี้อย่างเดียวก็ 1 ล้านแล้วครับ ยังไม่รวมโคมไฟข้างบน หรือแม้แต่พรมที่ปูที่พื้นก็เป็นของ Fendi Casa เช่นกัน (ผมนี่ไม่กล้าเหยียบเลยครับ ฮ่าๆๆ )

 

ด้านหลังโซฟา เป็นส่วนของระเบียง ขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียว เดี๋ยวเราออกไปดูกันครับ

 

บริเวณระเบียง มีโต๊ะทานกาแฟ 1 ชุด สามารถออกมานั่งรับลม ดูวิวตึกในย่านทองหล่อกันได้ กลางคืนน่าจะโรแมนติกดีครับ

 

มุมมองจากระเบียงกลับเข้ามาในห้อง เห็นโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่ นั่งทาน 6 คน ได้แบบสบายๆ ส่วนห้องที่เห็นอยู่ด้านหลังนั้น คือ ห้องนอนครับ

 

ห้องนอนนี้ตกแต่งเรียบหรู ใช้เฟอร์นิเจอร์จาก Fendi ทั้งหมดเช่นกัน หัวเตียงหันไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ เนื่องจากห้องนี้จะได้ห้องน้ำในตัว ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวครับ

 

ปลายเตียง เนื่องจากเหลือพื้นที่ไม่เยอะมาก ทางโครงการจึงติด TV แบบแขวนผนังให้ครับ จะได้เดินไปมาได้สะดวก  ใกล้กันเป็นโต๊ะทำงานอยู่ติดกับหน้าต่าง มองเห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน

 

ส่วนผนังอีกด้านหนึ่เป็นตู้เสื้อผ้า Built-in หน้าบานเป็นกระจกสีดำดูเรียบหรูดี

 

ห้องน้ำภายในห้องนอนนี้จะใช้เป็นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวดูสะอาดตา แยกเป็นส่วนแห้ง-เปียกชัดเจน

 

มาดูห้องนอนที่สองกันต่อ ห้องนี้จะตกแต่งโทนน้ำเงินเหมาะกับคุณผู้ชาย ผนังด้านข้างเป็นกระจกสูงแบบ Full Height เห็นวิวแบบเต็มตาครับ

 

ส่วนผนังอีกด้านเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in พร้อมชั้นวางของ  ห้องนี้จะไม่มีห้องน้ำในตัวนะครับ ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับห้องนั่งเล่นที่ด้านนอก

 

ห้องน้ำรวมนี้จะตกแต่งโทนเดียวกับห้องน้ำอื่น คือเน้นโทนสว่าง มีการแยกโซนแห้ง-เปียก พร้อมทั้งมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้

 

เข้าไปดูในห้อง Master Bedroom กันบ้าง ห้องนี้จะอยู่บริเวณมุมของอาคารเลย จึงทำให้ได้ผนังกระจกแบบเข้ามุมด้วย มี Sofa Daybed วางอยู่ใกล้ๆ ได้บรรยากาศ Relax ดีครับ

 

การตกแต่งก็ยังคงหรูหราตามสไตล์ Fendi Casa ทั้งเตียงนอน และโคมไฟคริสตัลครับ

 

ห้องน้ำใน Master Bedroom ต้องบอกว่ากว้างมาก มีอ่างล้างหน้า 2 อ่าง แบบ His&Her  กระจกเงายาวตลอดแนว และแยกห้องอาบน้ำกับห้องสุขาออกเป็น 2 ฝั่ง

 

ห้องอาบน้ำจะอยู่ติดกับหน้าต่าง ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก รับแดด ให้ความรู้สึกสะอาดไม่อับชื้นครับ

 

มีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่ มองวิวกรุงเทพฯ ได้แบบเพลินๆ

 

ออกมาจากห้องน้ำก็จะเจอ Walk-in Closet เดินมาแต่งตัวได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งมีช่องแสงไว้รับแสงธรรมชาติอีกด้วยครับ

เปิดห้อง  ส่องวัสดุ  :  Focus  on  “MATERIALS”

ด้านวัสดุภายในห้องของคอนโด LAVIQ สุขุมวิท 57 ถ้าเป็นห้องทั่วไปของโครงการจะได้แบบ Fully Fitted คือให้พวกเฟอร์นิเจอร์ Built-in มา  แต่สำหรับห้องแบบ 3 Bedroom ขนาด 144 ตร.ม. ที่พาไปดูวันนี้ เป็นห้องพิเศษที่ขายแบบ Fully Furnished คือตกแต่งเสร็จพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับ Hi-End จากแบรนด์ Fendi Casa ทั้งหมด แค่ค่าตกแต่งก็ราวๆ 20 ล้านบาทแล้วครับ

อยู่สบายแบ่งรีวิววัสดุออกเป็น 3 ส่วน  คือ  วัสดุครัวและส่วนเตรียมอาหาร (Pantry) , วัสดุห้องน้ำ , วัสดุทั่วไปและวัสดุปิดผิวภายในห้อง (Finishing Materials)  เพื่อให้ส่องกันง่ายๆ ครับ

วัสดุห้องครัว / ส่วนเตรียมอาหาร (Pantry)

Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นวัสดุหิน Quartz ส่วนบานตู้เป็น Hi-gloss สีแชมเปญ สั่งทำพิเศษเฉพาะโครงการนี้

อ่างล้างจานจาก Teka พร้อมก๊อกน้ำทรงสูงที่มีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น

Hob หรือเตาไฟฟ้า 2 หัว ที่แพนทรี่ ส่วนในครัวไทยเป็นเตา 4 หัว

Hood ดูดควัน ยี่ห้อ Kuppersbusch  ซึ่งใช้กันในคอนโดตั้งแต่ Luxury segment ขึ้นไปครับ

ลิ้นชักเก็บของ ด้านในมีถาดแยกอุปกรณ์

ตู้ด้านบนก็จุของได้เยอะทีเดียว พร้อมทั้งมี Oven (เตาอบ) ให้ด้วย

นอกจากนี้ยังมี Wine Cellar และถังขยะซ่อนอยู่เพื่อความเป็นระเบียบ (Wine Cellar มีให้ตั้งแต่ห้อง 2 Bedroom ขึ้นไป)

วัสดุห้องน้ำ

อ่างล้างหน้า แบบฝั่งใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ Villeroy&Boch

ก๊อกน้ำก้านโยก จาก Gessi  ซึ่งเราก็มักจะเห็นกันในคอนโด Luxury segment เช่นกัน

ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้เก็บของ

เหนืออ่างล้างหน้าเป็นกระจกเงา เปิดเป็นตู้เก็บของได้

บริเวณอ่างล้างหน้ามีปลั๊กไฟ พร้อมหน้ากากกันน้ำ

ตะขอแขวนผ้า

ราวแขวนผ้า

โถสุขภัณฑ์สีขาว จาก Villeroy&Boch

ชุด Rain Shower จาก Gessi

มาพร้อมกับฝักบัวอาบน้ำสายอ่อน

ระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น ปรับได้ตามความต้องการ

ในห้อง Master มี Bathtub สีขาว ดีไซน์ทันสมัย

ก๊อกและฝักบัวอาบน้ำที่ Bathtub จาก Gessi

เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุทั่วไปภายในห้อง

ประตูทางเข้าห้องสูง 2.60 ม. มี Door Drop Seal และ Rubber Door Seal กันเสียงรบกวนจากภายนอก ใช้ Digital Door Lock ของ Samsung พร้อมทั้งมี Mailbox อยู่หน้าห้องเลย ไม่ต้องลงไปเอาที่นิติ

ส่วนประตูภายในสูง 2.40 ม. ใช้มือจับสีดำแบบก้านโยก

มี Video Door Phone เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับพนักงาน Concierge ที่ด้านล่างได้

อุปกรณ์ไฟฟ้า จาก Bticino

พื้นห้องทั่วไปใช้ไม้ Engineered wood หน้ากว้าง 8” ยกเว้นบริเวณ Pantry เป็นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวครับ

โต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ นั่งได้ 6 คน

ให้ดูวัสดุปิดผิวของโต๊ะอาหารชัดๆ หุ้มด้วยหนังริชาร์ด

โซฟาที่ห้องนั่งเล่นเป็นหนังสีครีม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท (ตอนรีวิวนี่ก็ไม่กล้าแตะเช่นกัน กลัวทำของเค้าเป็นรอย ฮ่าๆๆ)

เตียงนอนในห้องนอนเล็กขนาด 5 ฟุต ราคา 1.8 ล้านบาท

หัวเตียงเป็นหนังสีครีม ถักสานเป็น Pattern สวยงาม ปราณีตทีเดียวครับ

โคมไฟคริสครัลในห้องนี้ 1.6 ล้านบาท

มาดูเตียงให้ห้อง Master Bedroom กันบ้าง ขนาด 6 ฟุต ราคากว่า 2 ล้านเลยทีเดียว

ให้ดูหัวเตียงชัดๆ ครับ หรูหราสมราคา  ส่วนพวกหมอนอิงที่วางอยู่นั้น หนึ่งใบราคาหลักหมื่นเชียวนะครับ

ในห้อง Master Bedroom จะมีโซฟา Daybed ด้วย ของ Fendi Casa เช่นกัน

โคมไฟห้องนี้ก็ 1.8 ล้านบาทครับ

ส่วนพวกตู้เสื้อผ้า จะเป็นงาน Built-in นะครับ

 เปิดกระเป๋า  ดูสตางค์

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้คอนโด ลาวีค สุขุมวิท 57 ก็สร้างเสร็จพร้อมโอนแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10.9 ล้านบาท เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 260,000 บาท/ตร.ม.  ในขณะที่คอนโดอื่นๆ บางโครงการในย่านทองหล่อขึ้นไปแตะเกือบ 300,000 บาท/ตร.ม. แล้วครับ

ห้องที่นี่จะขายแบบ Fully Fitted คือมี Built-in พวกตู้เสื้อผ้าให้ ยกเว้นห้องที่พาไปดูวันนี้ จะขายแบบ Fully Furnished ตกแต่งเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ใช้เฟอร์นิเจอร์จาก Fendi Casa ราคาขายอยู่ที่ 60 ล้านบาท !!!  สำหรับคนชอบของที่มีเพียงหนึ่งเดียว  ไม่เหมือนใครก็ไปจัดกันได้คร้าบ

ราคา ณ วันที่  6 ก.พ. 2563

ราคาเริ่มต้น :

  • 1 Bedroom : ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms : ราคาเริ่มต้น 19.9 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms : ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
  • Duplex : ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท
  • Penthouse : ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ :

ค่าส่วนกลาง 80 บาท/ตร.ม.  (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
ค่ากองทุนเริ่มแรก (Sinking Fund)  600 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอน)

Overview Summary

ด้านการเดินทาง

การเดินทางด้วยรถยนต์จากคอนโด ลาวีค สุขุมวิท 57 นั้น  ถนนสุขุมวิทสามารถเชื่อมต่อไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก ทั้งถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี  ซึ่งที่ตั้งของโครงการจะอยู่ใกล้กับซอยทองหล่อ และซอยเอกมัย ที่ขึ้นชื่อว่าแหล่งเศรษฐกิจสำคัญย่านหนึ่งใน กทม. ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย และการใช้ชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ซอยสุขุมวิท 57 ที่อยู่ใกล้กัน และเป็นที่ตั้งของโครงการ LAVIQ สุขุมวิท 57 กลับมีความสงบ ไม่พลุกพล่านเท่า เนื่องจากซอยนี้เป็นซอยตันนั่นเอง

ถนนสุขุมวิท ในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นมีปัญหารถติดเป็นปกติ  ซึ่งก็มีรถไฟฟ้าBTS สายสีเขียว  เป็นอีกทางเลือกในการเดินทาง โดยโครงการ LAVIQ สุขุมวิท 57 จะอยู่ห่างทางขึ้น-ลง Sky Walk ของสถานีทองหล่อ ที่อยู่หน้าปากซอยเพียง 100 เมตร เท่านั้นครับ (ใช้ทางออกที่ 3)  แต่ถ้าวัดระยะเดินไปจนถึงตัวสถานีเลย ก็จะอยู่ที่ประมาณ 260 ม. ซึ่งก็เป็นระยะที่เดินได้อยู่  ไม่ได้ลำบากอะไรครับ

ด้านศักยภาพการเติบโตในอนาคต

ส่วนใหญ่ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักทองหล่อซึ่งเป็นย่านนี้เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง กิน เที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์มากมายเป็นที่รู้จักกันดีของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  โดยจะเห็นได้ว่าย่านนี้มีชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นเจ้าของกิจการในประเทศไทย  หรือทำงานในระดับ Top Management  ดังนั้นคนกลุ่มนี้ย่อมมีกำลังจ่ายสูง ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพจึงมีอยู่เรื่อยๆ ครับ

ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

โครงการ LAVIQ สุขุมวิท 57 เป็นคอนโดหรูระดับ Super Luxury สูง 33 ชั้น ที่ได้ร่วมมือกับ Fendi Casa แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดหรูชื่อดังระดับโลก ออกแบบด้วยแนวคิด Glamorously Inspired by Fendi Casa  ที่มีความพิถีพิถันในการตกแต่งและเลือกใช้วัสดุ โดยเฟอร์นิเจอร์ของ Fendi Casa นั้นจะถูกนำมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการทั้งหมด เน้นความหรูหรา เจาะกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์เป็นหลักครับ

ผังของโครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าอาคารถอยร่นจากแนวที่ดินไป 30 เมตร เพื่อทำเป็นพื้นที่สีเขียว  ทางเข้า-ออกโครงการมีทางเดียวจากซอยสุขุมวิท 57  ภายในโครงการสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 235 คัน รวมที่จอดรถซุปเปอร์คาร์ 8 คัน  คิดเป็น 100%  จอดได้ตั้งแต่ชั้น 1-5  ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 6 ไปจนถึงชั้น 33 (ยกเว้นชั้น 29-30 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง) จัดวางห้องพักแบบ Double Corridor เป็นรูปตัวแอล (L)  มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว + ลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว อยู่ตรงกลาง และมีบันไดหนีไฟ 2 จุด กระจายอยู่ 2 ด้าน ครับ

สำหรับแปลนห้องของ LAVIQ Sukhumvit57 จะมีแบบให้เลือกหลากหลาย แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 5 แบบ คือ 1 Bedroom 42.00-45.00 ตร.ม. , 2 Bedrooms 79.00-91.00 ตร.ม. , 3 Bedrooms 115.00-144.00 ตร.ม. , Duplex 92.00 ตร.ม. และ Penthouse 244.00-357.00 ตร.ม.  แต่ห้องที่เป็น Highlight คือห้อง 3 Bedroom Type C4 ขนาด 144 ตร.ม. ที่ตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ด้วยเฟอร์นิเจอร์จาก Fendi Casa ทั้งห้อง (ห้องอื่นๆ ขายแบบ Fully Fitted) ฝ้าเพดานสูง 3 ม. ใช้กระจกแบบ Full Height พร้อมทั้งใช้ระบบปรับอากาศในห้องพักเป็น Ceiling Concealed Type  โดยออกแบบให้มีการเติมอากาศ Fresh Air Intake เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้ในห้อง ทําให้อยู่สบายและดีต่อสขุภาพ  ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานกว้างขวางดี แต่ห้องนอนเล็กจะเหลือทางเดินไม่มากเท่าไหร่ วางเฟอร์นิเจอร์แล้วค่อนข้างพอดีกับห้อง

 

ด้านวัสดุของ LAVIQ สุขุมวิท 57 เลือกใช้แต่ของระดับ Hi-End  เริ่มจากหน้าห้องมี Mailbox โดยมีบริการส่งจดหมายจาก พนักงาน Concierge นอกจากนี้ยังมี Video Door Phone เพื่อให้สามารถติดต่อกับพนักงานได้  ภายในห้องใช้พื้นไม้ Engineered wood หน้ากว้าง 8”  ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์จาก Gessi และ Villeroy and Boch  มี Bathtub สำหรับห้อง Master  ส่วนในห้องครัวได้ชุดครัว (หน้าบาน Hi-gloss และ top หิน Quartz) และ Appliances ที่ครบถ้วน ทั้ง Hob, Hood, Microwave, Oven และ Wine Cellar (ตั้งแต่ 2 Bedroom ขึ้นไป)

ด้านพื้นที่ส่วนกลาง ลาวีค สุขุมวิท 57 มีให้มาแบบจัดเต็ม เริ่มตั้งแต่ชั้นหนึ่งด้านนอกอาคารมีสวนให้ออกไปใช้งาน เข้ามาในอาคารจะเจอกับโถง Lobby สูง 5.8 ม. มี Door Man และ Concierge คอยต้อนรับ นอกจากนี้ยังมี Library และ Meeting Room ให้ได้ใช้งานด้วย ส่วน Highlight ที่ชั้น 1 จะอยู่ที่ Lobby Lounge ซึ่งมี Grand Piano จากแบรนด์ Fendi Casa ตั้งเด่นอยู่กลาง  ขึ้นมาที่ชั้น 29 ก็มีสระว่ายน้ำแบบ Infinity-Edge Pool ให้ชมเมืองกันแบบเต็มอิ่ม พร้อมทั้งมีห้อง Steam, Social Club และ Pantry Terrace ไว้ให้จัดปาร์ตี้ด้วย ส่วนที่ 30 ก็จะมีห้อง Fitness & Yoga, ห้อง Golf Simulator และ Executive Lounge & Meeting room สำหรับจัดเลี้ยงหรือจัดประชุมแบบเป็นส่วนตัว  นอกจากนี้ยังมีสวนสีเขียวอีกจุดหนึ่ง อยู่ที่ชั้น 6 อีกด้วยครับ  เอาเป็นว่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนยูนิตในโครงการนี่ถือว่าพื้นที่ส่วนกลางเหลือๆ ครับ

BOTTOM LINE

LAVIQ Sukhumvit57  จัดเป็น Flagship project ที่ทาง Real Asset น่าจะสร้างชื่อในวงการพัฒนาคอนโดมิเนียมในตลาดบนได้เป็นอย่างดีครับ  ไม่ว่าจะเป็นจากทั้งตัวโปรดักส์หรือโลเคชั่นเองก็ตาม  รวมถึงการที่ร่วมเป็น Partner กับแบรนด์อย่าง Fendi Casa มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ได้เป็นอย่างดี  ใครสนใจก็สามารถลองเข้าไปชมโครงการกันจริงๆ กันได้  ถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาดูของแพงๆ ว่าทำออกมาได้ดีขนาดไหนครับ

LAVIQ-สุขุมวิท57

 

ส่วนรีวิว LAVIQ Sukhumvit57  ของผมก็คงจบลงแค่นี้ครับ  ไม่ได้มีการให้คะแนนส่งท้ายเหมือนกันรีวิวอื่นๆ  เพราะโดยธรรมชาติของคอนโดในกลุ่ม Luxury segment นี้  ผู้ซื้อที่แท้จริงส่วนใหญ่ไม่ได้มองแต่เพียงความคุ้มค่าของโครงการในเชิงตัวเลข  แต่ยังมีเรื่องของ Emotional factors เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก  เป็นมิติของความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ  ได้ครอบครองสินทรัพย์ที่มีความชอบและหลงใหลเฉพาะตัวครับ

แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าครับ  🙂

ถ้ารีวิวนี้เป็นประโยชน์ ช่วยกด Like กด Share ให้ทีมงานด้วยนะครับ ^_____^

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ALL COMMENT (0)