Central Embassy รีวิวกิน-เที่ยว-ช็อป กับห้างใหม่ย่านเพลินจิต โดย yusabuy.com

· 17 min read

เปลี่ยนบรรยากาศจากรีวิวคอนโดมาเป็นรีวิวห้างเปิดใหม่ที่รอคอยมานานถึง 7 ปี กับ Central Embassy ห้างหรูหราในย่านเพลินจิตที่ทางเซ็นทรัลวางเอาไว้เป็นโปรเจคเรือธง(Flagship) Super Luxury Iconic Retail Landmark บริหารงานโดย
ชาติ จิราธิวัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานี้เอง

amanda_levete_bangkok_sq

ลักษณะตัวอาคารจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อาคารด้านล่างเป็นส่วนของห้างหรูระดับ Super Luxury เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ มีทั้งหมด 8 ชั้น ส่วนด้านบนจะเป็นส่วนของโรงแรม Park Hyatt Bangkok โรงแรมหรูระดับ 6 ดาว สูง 30 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 222 ห้อง และทุกห้องเป็นห้องสวีท (Suite) ซึ่งตอนนี้ Central Embassy เปิดให้บริการได้เพียงส่วนของ Shopping Mall ในส่วนของโรงภาพยนตร์และโรงแรมด้านบนนั้น อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการทั้งหมดภายในปี 2557 นี้

 

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันถ้าใครผ่านไปแถวเพลินจิตก็จะยังเห็นว่างานก่อสร้างนั้นเร่งให้ทันเปิดงาน Grand Opening กันสุดชีวิต  จริงๆตอนที่เข้าไปรีวิวงานก่อสร้างก็ยังไม่ได้เรียบร้อยเท่าไหร่ค่ะ  แต่ก็เปิดตัวได้ทันตามกำหนดการ  หลังจากเปิด Grand Opening แล้วเลยพาไปดูบรรยากาศด้านในห้างกันค่ะ ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน บอกก่อนว่า เน้นรูปสุดๆเลยนะคะ ให้ดูกันเต็มอิ่มไปเลย ^^

มุมสวยๆ รอบโครงการ

Central Embassy อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิตค่ะ มีการต่อเติมทางเดินลอยฟ้า หรือ SkyWalk เพื่อให้สามารถเดินเข้าไปในห้างได้โดยไม่ต้องลงไปเดินบนถนน มีทางเชื่อมไปยังห้างเซ็นทรัลชิดลมด้วยค่ะ ถ้าใครขยันเดิน ก็สามารถเดินจาก Central Embassy ทะุลผ่านห้างเซ็นทรัลชิดลม จากนัั้นใช้ทางเชื่อมของห้างกับ SkyWalk (สถานีชิดลม) เดินยาวผ่าน Central World, Siam Paragon, Siam Center, Siam Discovery และจบที่มาบุญครองได้เลยค่ะ (ต้องขยันเดินจริงๆ นะ ^^) ถ้ามาด้วยรถยนต์ จะมีทางเข้า 2 ด้านด้วยกัน คือฝั่งถนนสุขุมวิทและอีกด้านจะอยู่ฝั่งถนนวิทยุค่ะ

บน SkyWalk จากสถานีชิดลมค่ะ มีป้ายบอกทางไป Central Embassy

SkyWalk ที่ต่อเติมใหม่

ทางเดินสิ้นสุดแค่ตรงนี้ ยังไม่เชื่อมกับ SkyWalk หน้าเซ็นทรัลชิดลม

ทางเดินเข้าอาคารจาก SkyWalk และ Landscape แบบขั้นบันไดด้านล่าง ก็มีทางเข้าห้างเหมือนกันค่ะ

SkyWalk ด้านข้าง ก็สวยแบบเรียบๆ ดี

แอบส่องความคืบหน้าโครงการ Noble เพลินจิตเล็กน้อย ^^

ทางเดินเข้าห้างจากระดับถนนค่ะ มีรูปปั้นม้าสีดำตัวอยู่อยู่หน้าห้างด้วย

พอรู้ว่าจะมีการสร้างห้างตรงสี่แยกถนนวิทยุตัดถนนเพลินจิต ก็แอบคิดว่าจะย้ายหมุดที่ดิินนี้ออกหรือเปล่า ปรากฎว่ายังอยู่ที่เดิมในสภาพที่ทาสีเขียวสดใสเชียว (หากใครไม่เคยทราบมาก่อน หมุดนี้คือ หมุดบอกเขตที่ดินบนถนนวิทยุ เป็นของคุณเลิศ เศรษฐบุตร ในอดีตมี 6 หมุด แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหมุดเดียวที่เห็นในภาพเพียงหมุดเดียวเท่านั้นค่ะ มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี เลย)

ถ่ายจากฝั่ง Park Venture จะเห็นว่าส่วนที่เป็นโรงแรม Park Hyatt Bangkok ยังก่อสร้างอยู่เลย

เกล็ดอลูมิเนียมที่ติดรอบตึกนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกล็ดกระเบื้องหลังคาของพระอุโบสถในวัดไทยค่ะ เวลาโดนแดดส่องก็จะสะท้อนระยิบระยับ… (จะเข้าตาตอนขับรถไหมเนี่ย ^^”)

ด้านข้างของห้าง ฝั่งถนนสุขุมวิท มองไปทาง Park Venture

ด้านข้างของห้างอีกเช่นกัน มองไปทางสยาม เจอพระอาทิตย์พอดี ถ่ายย้อนแสงเลย

สำรวจร้านหรูในห้าง Central Embassy

วนไปวนมานอกห้าง ทีนี้ก็ได้เวลามาสำรวจด้านในห้างกันค่ะ โดยจะมี 7 แบรนด์ดังที่เป็น Facade Brand แบบ Duplex 2 ชั้น ได้แก่ Bottega Veneta, Chanel, Gucci, Hermes, Mui Mui, Prada และ Ralph Lauren ถ้ายังไม่ตื่นเต้นพอ ก็ต้องบอกว่า ทั้ง 7 Facade Brand นี้ ตกแต่งร้านโดยใช้กระจกโค้งไร้รอยต่อแห่งแรกของโลก! ลองมาดูกันว่านอกจาก 7 แบรนด์ใหญ่แล้ว มีแบรนด์อะไรอีกบ้างค่ะ  

Prada

Chanel

Bottega Veneta

Gucci

Ralph Lauren

Hublot (แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจาก Swiss)

Moschino

Sephora สาขาที่ 2 ในประเทศไทย (ร้านเครื่องสำอางค์ที่รวมแบรนด์ชั้นนำจากทุกมุมโลก)

Tom Ford (ร้านเสื้อผ้าผู้หญิงจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับฮอลลีวู้ด)

Onitsuka Tiger สาวกรองเท้าแบรนด์นี้ห้ามพลาด รองเท้าเยอะมาก รุ่นก็เยอะ ราคาไม่ต่างจากญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์

OTOP Heritage สินค้าโอทอประดับ Premium

Givenchy (รูปนี้ขอเอาใจสาวๆ นิดนึง ^^)

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

Central Embassy ไม่ได้มีแต่ร้านขายสินค้าแบรนด์เนมเท่านั้น ร้านอาหารอร่อยๆ ก็มีให้บริการเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น LG เป็น foodcourt และชั้น 5 ส่วนชั้นอื่นๆ มีบ้างเล็กน้อยค่ะ ถ่ายมาให้ดูแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายร้านที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้นเสียก่อน ^^

foodcourt ของที่ Central Embassy จะเรียกว่า “Eathai” เป็นระบบ e-coupon รับบัตรแทนเงินสดเพื่อซื้ออาหาร และชำระเงินที่ cashier ตอนสุดท้ายที่ทางออก

บรรยากาศภายใน Eathai

โซนที่นั่ง มีหลายมุมให้เลือกตามใจชอบเลยค่ะ

โซนที่นั่งอีกโซนหนึ่ง

มุมขายเครื่องดื่มต่างๆ

ร้านขายอาหาร ตกแต่งให้คล้ายกับรถเข็นอาหาร

Harrods สาขาที่ 2 ในประเทศไทย (ร้านชาส่งตรงมาจากอังกฤษ)

Coffee Beans by Dao (ยังไม่เปิดให้บริการ)

Starbucks Coffee สาขานี้ตกแต่งสวยดีค่ะ

Ippudo ร้านราเมงสัญชาติญี่ปุ่น ที่ขยายสาขาไปทั่วโลกมากกว่า 7 ประเทศ อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ต้องอดใจรอไปถึงเดือนกรกฎาคมเลยค่ะ

Tropical Monkey ร้านของหวานที่ย้ายสาขาจากที่ Rain Hills มาอยู่ใน Central Embassy

Hong Bao ร้านอาหารจีนหงเปา เมนูเด็ดที่ห้ามพลาด คือซาลาเปาลาวา! ^^

Maisen ร้านหมูทอดแสนอร่อย ส่งตรงจากญี่ปุ่น ที่ Central Embassy คือสาขาที่ 5 แล้วค่ะ

Din Tai Fung ร้านอาหารจีนระดับ Michelin Star 1 ดาว จากฮ่องกง เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือ เสี่ยวหลงเปา!

บรรยากาศอื่นๆ ภายใน Central Embassy

Shopping ก็แล้ว ร้านอาหารก็แล้ว ลองมาเดินเล่นดูส่วนอื่นๆ ของห้างกันบ้างค่ะ แต่บอกก่อนว่า สภาพภายในห้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% นะคะ ตามสไตล์ของเซ็นทรัลเขาหล่ะ ถ้าใครเคยไปเซ็นทรัลลาดพร้าวช่วงที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จใหม่ๆ วันแรกๆ ก็จะยังมีกลิ่นสีอยู่ งานในหลายๆ ส่วนยังไม่เรียบร้อยดี และที่ Central Embassy ก็เช่นเดียวกันค่ะ ลองไปดูกัน

ที่จอดรถใต้ดิน! ไหนๆ ก็ถ่ายรูปมาแล้ว เลยลงสักหน่อย

มุมนี้เป็นฝั่งเซ็นทรัลชิดลมค่ะ ทำทางเชื่อมไป Central Embassy อยู่บริเวณ Thai Designers ชั้น 2

จากเซ็นทรัลชิดลม เดินผ่านทางเชื่อม จะมาเจอกับร้าน Sephora ที่ชั้น 2 พอดีค่ะ

วิวระหว่างชั้น

พื้นที่ตรงกลางยังโล่งอยู่ ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีร้านเล็กๆ มาตั้งตรงกลางหรือเปล่า สเปซแบบนี้ก็คงใช้เป็นพื้นที่จัดอีเว้นท์ต่างๆหวุนเวียนกันไป

โถงหน้าลิฟต์ มีลิฟต์ทั้งหมด 4 ตัว ส่วนผนังกระจกสีเขียวด้านหลัง คือห้องน้ำค่ะ

ทางเดินเชื่อมไปเซ็นทรัลชิดลมค่ะ ขวามือเป็นมุมนั่งพักผ่อน ใช้ต้นไม้ปลอมค่ะ

มุมนี้เป็นด้านหน้าทางเข้าเซ็นทรัลชิดลม จากทางเชื่อมค่ะ

บันไดเลื่อน และสเปซภายในห้าง

ถ่ายป้ายตำแหน่งต่างๆในศูนย์การค้ามาให้ดูค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะมองเห็นกันหรือเปล่า(ถ้ามองไม่ชัดคลิกที่รูปเพื่อขยายนะคะ) จอดรถใต้ดินได้ 4 ชั้น / ทางเชื่อมอยู่ชั้น 2 / Casual Dining อยู่ชั้น 5 ส่วน The Embassy Diploment Screens อยู่ที่ชั้น 6 ยังไม่เปิดให้บริการค่ะ เป็นโรงภาพยนตร์ที่เรียกว่าหรูหราระดับ The World’s highest-end of luxury cinema! บริการเทียบเท่ากับโรงแรม 6 ดาว มีเพียง 30-50 ที่นั่งต่อ 1 โรงภาพยนตร์ (ตั๋วหนังจะราคาเท่าไหร่กันเนี่ย!!!)

ปิดท้ายด้วยรูปนี้แล้วกันค่ะ อัตราค่าบริการจอดรถ!   ฮ่าๆๆๆๆ

รีวิวจุใจกับภาพเต็มอิ่ม แต่นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ยังมีอีกหลายร้านที่ไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก(บางร้านก็ยังไม่เปิดเลย) แต่ก็อยากให้ลองไปเดินเล่นกันดูค่ะ ช่วงวันหยุดแบบนี้ แต่ถ้าจะรอให้เสร็จสมบูรณ์เลย คาดว่าอีกหลายเดือนทีเดียว

ป.ล. ส่วนถ้าใครสนใจเรื่องกินเป็นพิเศษ  ก็ตามอ่านเรื่องกินๆกันได้ที่ >>> กินล้วนล้วน  ค่ะ  ตามคอนเซ็ป “กินเอง จ่ายเอง อ้วนเอง”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ALL COMMENT (0)
back to top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใด ๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก