Central Embassy ประกาศความสมบูรณ์แบบครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดโรงแรม Park Hyatt Bangkok อย่างเป็นทางการ
· 1 min readเซ็นทรัล ประกาศความสมบูรณ์แบบของ Luxury Flagship Store ศูนย์การค้า Central Embassy ในฐานะ The retail beacon of Bangkok ซึ่งประกอบไปด้วย 3 โซนหลัก พร้อมเผยโฉม Park Hyatt Bangkok โรงแรมระดับ luxury ในเครือ Park Hyatt แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ และจะจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในวันที่ 18 พฤษภาคม
กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้นำด้านการค้าปลีกในประเทศไทยมาตั้งแต่ในยุคที่เปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาแรก คือเซ็นทรัล วังบูรพา เมื่อ 70 ปีก่อน ปัจจุบันนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้ขยายความสำเร็จสู่ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น RINASCENTE (ลารินาเชนเต้) ในมิลาน, ILLUM (อิลลุม) ในเดนมาร์ก และ ALSTHEHAUS (อัลสเตอร์เฮ้าส์), OBERPOLLINGER (โอเบอร์โพลลิงเกอร์) และ KADEWE (คาเดเว) ในเยอรมนี โดยในปี 2014 Central Embassy ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Central Luxury Collection ได้เปิดตัวขึ้นเพื่อเติมเต็มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม
โครงสร้างของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นรูปสัญลักษณ์อินฟินิตี้ มีทั้งหมด 37 ชั้น แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นศูนย์การค้า 8 ชั้น และอาคารสูงซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ (PARKHYATT BANGKOK) ทั้งสองส่วนออกแบบมาเพื่อให้เชื่อมต่อกันคล้ายกับสัญลักษณ์อินฟินิตี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงคอนเซ็ปต์ “One Life Infinite Possibilities” “ชีวิตหนึ่ง…ทุกสิ่งเป็นไปได้ อย่างไร้ขีดจำกัด” ด้านหน้าของอาคารทำจากแผ่นโลหะกว่า 300,000 แผ่น ได้แรงบันดาลใจมาจากพญานาค และประดับด้วยไฟ LED กว่า 750 ดวง การออกแบบของอาคารเป็นการสะท้อนประสบการณ์เหนือระดับที่เป็นนิยามของย่านนี้
นอกจากนั้น Central Embassy เปิดตัวพื้นที่ใหม่ 3 โซน ได้แก่ “Open House” (พื้นที่พักผ่อนส่วนรวม), “SIWILAI CITY CLUB” (โซเชียล คลับแห่งใหม่) และการขยายโซนพื้นที่ “EATTHAI” (ศูนย์รวมอาหารไทย) โดยได้มีการปรับเปลี่ยนผู้เช่าบางราย ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เป็นการเพิ่ม Accessibility ให้กับศูนย์การค้า เช่น ร้าน MUJI, TOPSHOP หรือร้านอาหารอย่าง ส้มตำนัว, Another Hour by Greyhound cafe เพื่อเปิดตลาดกับลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากการปรับผู้เช่าในศูนย์การค้า ก็จะช่วยทำให้ทาง Central Embassy จะมีลูกค้าในกลุ่มอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น กลุ่มอายุมากกว่า 25 ปี, กลุ่มครอบครัว จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม อายุ 25 ปีขึ้นไป และกลุ่มรายได้ Upper Class เป็นส่วนใหญ่
ในปี 2016 ที่ผ่านมา ทาง Central Embassy มีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 20,000 ราย คาดว่าในสิ้นปี 2017 จะสามารถมีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 30,000 ราย โดยคาดหวังให้กลุ่มลูกค้า 60% เป็นชาวไทย และ 40% เป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว 5 ชาติ ที่เข้ามามากที่สุด ได้แก่ จีน, รัสเซีย, ฮ่องกงฅ ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง

นอกจากนั้นเซ็นทรัลยังได้เปิดตัว PARK HYATT BANGKOK มาเป็นโรงแรมหรูบน Central Embassy ซึ่งเป็นโรงแรมในแบรนด์ Park Hyatt แห่งแรกในประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 40 ของโลก ซึ่ง Park Hyatt Bangkok นี้เป็นผลงานการออกแบบของ Yabu Pushelberg นักออกแบบระดับโลก เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์หรูหราเหนือระดับ ด้วยพื้นที่ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ห้องมาตรฐานมีพื้นที่กว่า 48 ตารางเมตร และห้อง deluxe มีพื้นที่ถึง 68 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและสถานที่เพื่อความบันเทิง ได้แก่ the Living Room, the Embassy Room, The Bar และ Penthouse Bar & Grill ในส่วนที่เป็น Penthouse ชั้น 34-36 ดีไซน์โดยบริษัทออกแบบจากนิวยอร์ก Avroko มาพร้อมกับทิวทัศน์อันงดงามของเมืองกรุงเทพฯ รวมถึง luxury spa และสระว่ายน้ำขนาด 40 เมตร พร้อมวิวสวนสถานทูตอังกฤษ ห้องประชุมและห้องจัดเลี้ยง รวมถึงห้องบอลรูมขนาด 570 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ


ซึ่งในโครงการ Park Hyatt Bangkok นี้ ทางเซ็นทรัลได้ลงทุนไปกว่า 7,000 ล้านบาท และส่วนอื่นๆ เช่น Open House 300 ล้านบาท, EATTHAI 2.0 185 ล้านบาท, SIWILAI CITY CLUB 130 ล้านบาท ทำให้เซ็นทรัลได้ลงทุนรวมไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นการฉลองความสมบูรณ์แบบในครั้งนี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เปิดตัว Corporate Campaign ล่าสุดที่มีชื่อว่า “This brings me here” เพื่อตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะ Destination ชั้นนำของกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดว่า หลายคนเลือกที่จะเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แม้ว่าประเทศไทยจะมีสถานที่อื่น ๆ ให้เลือกมากมายก็ตาม โดยเอกลักษณ์ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซีนั้นคือการหลอมรวมของการออกแบบทั้งภายในและภายนอก อาหาร ศิลปะ ความบันเทิง ความรู้ และบริการ
โรงแรม Park Hyatt Bangkok มีห้องพักทั้งหมด 222 room key โดยมีรูปแบบของ layout ห้องมากถึง 57 แบบ ใน 10 room type โดยชูจุดขายที่แตกต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่เป็นคู่แข่งด้วยการมอบบริการ และมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า รวมถึงเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละคนต้องการอะไรที่แตกต่างกัน ในช่วงสิ้นปีแรกคาดว่าจะมี Occupancy Rate ประมาณ 45% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยตลอด 7 สัปดาห์ข้างหน้านี้ จะมีกิจกรรมเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เริ่มต้นด้วยงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ในวันที่ 18 พฤษภาคม (ลงทุนกว่า 80 ล้านบาทเพื่อการตลาด) และยังมีแผนที่จะใช้งบ 200 ล้านบาท ตลอดทั้งปี สำหรับกิจกรรมการตลาด โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ