เมื่อพูดถึงอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยหนึ่งที่นับได้ว่าสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม , อาคารพาณิชย์ , ห้างสรรพสินค้า , ศูนย์การค้าต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่พักอาศัย เป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว จะเห็นว่ามีโครงการต่างๆมากมายเกิดขึ้นครับ
วงการอสังหาริมทรัพย์มีความตื่นตัวอย่างมากในช่วงสิบปีหลังมานี้ จากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายเเห่งแข่งขันทำธุรกิจอย่างดุเดือด แบบ High Risk, High Return ยิ่งเสี่ยงมากก็ยิ่งมีโอกาสมาก ทุกคนพยายามแย่งกันเป็นเจ้าของที่ดินในทำเลที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ซึ่งในเมื่อมีการเเข่งขันทางธุรกิจอย่างดุเดือด ทำให้ต้นทุนอย่างราคาที่ดินที่มีอย่างจำกัดก็พุ่งขึ้นแรงตามไปด้วย และแน่นอนว่าในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ก็มีแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินเป็นฟันเฟืองหลักในการลงทุน ที่จะมาพร้อมกับความเสี่ยงและภาระดอกเบี้ย หากหากเกิดความผิดพลาดอาจจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเลยก็เป็นได้

แต่จากการที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความหอมหวานทางการเงิน เจ้าของธุรกิจจึงยอมแบกรับความเสี่ยงในการลงทุน ทว่าในขณะเดียวกันนั้น ก็มีขั้วหนึ่งของการทำธุรกิจอสังหาฯ ที่ดูเหมือนจะไม่หวือหวา พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ใช้เงินต่อเงินเพื่อก้าวไปอย่างมั่นคง ไม่เน้นเป็นหนี้ เป็นแนวคิดที่ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แถมอยู่ยั่งยืนมาได้หลาย 10 ปี แล้วเช่นกัน
แนวคิดข้างต้นที่เล่าให้ฟังนั้นเป็นของผู้ชายที่ชื่อว่า “กอบชัย ซอโสตถิกุล” ผู้ก่อตั้งบริษัทรับสร้างบ้านเครือ SEACON HOME ครับ คุณกอบชัยเป็นที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ จะไม่ค่อยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมากนัก เนื่องจากการที่ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง แต่ก็จัดเป็นคนที่คร่ำหวอดในการทำธุรกิจอสังหาฯ มาหลายหลากรูปแบบ ทำมาหมดแล้วทั้งอาคารพาณิชย์ ไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในยุคนึง ก่อนที่จะมาปักหลักกับธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นหลัก จากการมองเห็นช่องโหว่ของธุรกิจรับสร้างบ้านแบบครบวงจรในยุคนั้น จึงเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจในเวลาต่อมา

โดยพื้นฐานแนวคิดแล้ว เบื้องหลังการทำงานของ “กอบชัย ซอโสตถิกุล” นั้นไม่ได้เน้นความหวือหวาเหมือนโครงการ แต่เป็นการทำงานมีความหนักแน่นด้วยความคิด การมองการลงทุนที่เฉียบขาด แนวทางการทำธุรกิจจึงเป็นไปแบบ “Low Profile แต่ High Profit” ก้าวไปอย่างมั่นคง ไม่ชอบการทำธุรกิจที่อยู่ใน Red Ocean ดังนั้นเมื่อธุรกิจไหนที่ทำอยู่เริ่มมีคู่แข่งเยอะ เค้าก็จะมองหาธุรกิจใหม่ๆ ในการขยายกิจการเพื่อกระจายความเสี่ยงออกไปเสมอ
สำหรับ SEACON นั้นก่อนที่จะมาทำธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นหลัก เคยทั้งทำโครงการศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด, บ้านจัดสรร(หมู่บ้านมิตรภาพ) ซึ่งเป็นรายแรกที่เริ่มทำโครงการลักษณะนี้ รวมทั้งอาคารพาณิชย์ที่มีการริเริ่มนำระบบโครงสร้างสำเร็จมาใช้เป็นเจ้าแรก เป็นผู้ทำโครงการสยามสแควร์ ที่ในช่วงเวลานั้นไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาร่วมด้วย จะเห็นว่าที่ผ่านมาแต่ละโครงการ ต้องใช้ความกล้า และต้องทำจริง เพราะเป็นสิ่งใหม่ๆ ทั้งนั้นสำหรับตลาดอสังหาฯ ในเวลานั้น
ซีคอนโฮม จึงเป็นบริษัทที่แทบจะไม่ต้องกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในการทำโครงการเลย เป็นวิธีการที่ลดต้นทุนความเสี่ยงลงไปได้เยอะมาก แต่ต้องใช้ความอดทนสูง ไม่คาดหวังจะได้ผลตอบแทนในระยะเวลาเร็วๆ และอย่างมากก็เจ็บตัวแต่ไม่จม โดยแนวทางการทำงานนั้นค่อนข้างมีความเป็น Perfectionist


แนวคิดทางธุรกิจของผู้บริหารอย่างคุณกอบชัย ที่ยึดถือคติ “Low Profile แต่ High Profit” จึงถือเป็นอีกขั้วหนึ่งที่ตรงข้ามกับ “High Risk, High Return” แต่ก็เป็นอีกวิธีการดำเนินธุรกิจแบบมั่นคง ต้องมองหาให้เจอว่ามีอะไรที่ตนเองถนัด เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการต่อยอดโอกาสต่างๆ พร้อมมองหาช่องทางที่จะเติบโตต่อไป ด้วยความอดทนและความพยายามครับ เพราะทุกความสำเร็จ ไม่จำเป็นว่าจะต้องสร้างได้ในทันที