AP (Thailand) เผยแผนธุรกิจปี 2565 มั่นใจ 3 กลยุทธ์สำคัญ ช่วยสร้างความได้เปรียบการแข่งขัน เผยชัดปีนี้มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อม Big Surprise & Boost Up เขย่าตลาดอสังหาแนวราบและคอนโด
AP เผยแผนธุรกิจ 2565 สุดแกร่ง จุดพลุเตรียมเปิดตัว 65 PROJECT ใหม่ มากสุดเป็นประวัติกาล มูลค่า 78,000 ลบ.
· 3 min readนายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ได้กล่าวถึง 3 กลยุทธ์ ที่ช่วยให้บริษัทสามารถฝ่าฟันวิกฤตและคงการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพในปีที่ผ่านมาได้ ประกอบด้วย
- ‘Portfolio Management’ การกระจายสินค้าไปในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบัน AP มีโครงการทั่วประเทศพร้อมขายทั้งหมด 117 โครงการ และในปี 2564 บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 35,050 ล้านบาท ซึ่งตัวขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จ ได้แก่ สินค้าแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม
- ‘Cash Flow Management’ การบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยบริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.58 เท่า ในสิ้นปี 64
- ‘Digital Competency’ การสร้างความได้เปรียบด้วย Digital ซึ่งเป็นคีย์สำคัญที่ AP ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาระบบ Application ในการติดต่อสื่อสารและแนะนำโครงการ ทั้งระบบสำหรับพนักงานภายในองค์กร รวมถึงระบบรองรับการใช้งานและการเข้าถึงของคู่ค้าและลูกค้า
โดยในปี 2565 AP มีแผนครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งในตลาดบ้านเดี่ยวและพัฒนาขยายจำนวนเพิ่มขึ้นไปยังทำเลเขตปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี และปทุมธานี รวมถึงการจับกลุ่มตลาด Economy Class หรือบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อตอบกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้น

นอกจากนี้ AP ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่สูงที่สุดตั้งแต่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจมา โดยในปีนี้ AP มีแผนเปิดตัวแล้วถึง 65 โครงการ มูลค่ากว่า 78,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่มากกว่าปี 2564 ที่ผ่านมาถึง 246% โดย 65 โครงการในปีนี้ แบ่งออกเป็น
- ทาวน์โฮม 29 โครงการ มูลค่า 25,200 ล้านบาท
- บ้านเดี่ยว 26 โครงการ มูลค่า 35,600 ล้านบาท
- คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 13,000 ล้านบาท
- โครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท
รวมโครงการพร้อมขายของ AP ในปีนี้ทั้งหมด มากกว่าถึง 182 โครงการ มูลค่ากว่า 149,000 ล้านบาท โดยกำหนดเป้ายอดขาย 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม 76% คอนโดมิเนียม 24% และเป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 47,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม 71% คอนโดมิเนียม 24% service 3%
ในส่วนของ Big Surprise ที่ทางบริษัทจะมาเขย่าตลาดทาวน์โฮมในทุก Segment โดยจะเปิดตัว 20 แบบบ้านใหม่ จาก 6 แบรนด์ทาวน์โฮมคุณภาพ ที่เปลี่ยนโฉมใหม่หมด ทั้งด้านงานสถาปัตยกรรม สเปซและฟังก์ชั่นภายใน เพื่อเปิดประสบการณ์ทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในราคา 1.89-20 ล้านบาท เช่น ทาวน์โฮม 4 ชั้นในเมือง บ้านกลางเมือง คลาซเซ่ สุขุมวิท นอกจากนี้ยังเตรียมโกยส่วนแบ่งการตลาดบ้านแฝด 3 ชั้นและ 2 ชั้นเพิ่มขึ้น ผ่านแบรนด์ บ้านกลางเมือง The Edition และ Grand Pleno พร้อมรุกตลาดทาวน์โฮม 2 ชั้นในเขตหัวเมืองและปริมณฑล ด้วยแบรนด์น้องใหม่ Pleno Town
ด้าน AP Boost Up เตรียมทวงคืนตำแหน่งผู้นำทางคอนโดมิเนียม โดยในปีนี้ AP มีแผนเดินหน้าเปิดตัว 5 คอนโดมิเนียมใหม่ มูลค่า 13,000 ล้านบาท โดยมีการยกแบรนด์ Aspire ขึ้นมาเป็นตัว Fighting ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท โดยคอนโดทั้ง 5 โครงการประกอบด้วย
- ASPIRE ปิ่นเกล้า-อรุณอมรินทร์ ซึ่งพร้อมเปิด Presale ในวันที่ 19-20 มีนาคมนี้
- ASPIRE รัชโยธิน
- ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4
- ASPIRE อ่อนนุช สเตชั่น
- LIFE พหลโยธิน-ลาดพร้าว
นอกจากนี้ ในปีนี้ AP ยังเตรียมอวดโฉม 3 คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุก Segment ได้เป็นอย่างดี ได้แก่
- RHYTHM เอกมัย เอสเตท
- LIFE สาทร เชียร์ร่า
- ASPIRE เอราวัณ ไพร์ม
ทิ้งท้าย ทางนายวิทการ ยังได้มีการกล่าวเสริมอีกว่า แม้ทางตลาดคอนโดจะถือว่าผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าดูในด้านการเติบโตกันต่อไป โดยเชื่อมั่นว่าในปี 2565 จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ อาจโอกาสที่ดีต่อตลาดคอนโดที่จะกลับมายืนฟื้นตัวอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง และเชื่อว่าหากผ่านพ้นช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ไปได้ ครึ่งปีหลังในปี 2565 เศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ และยังคงให้ความเชื่อมั่นว่าในปีนี้ AP จะสามารถครองตำแหน่ง Number One ต่อไปในด้านบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมได้อย่างแน่นอน